คนที่เคยเป็นนิ่วในไตมักจำวันนั้นได้แม่น เพราะเป็นความปวดที่มาแบบทันทีทันใด ปวดจนตัวงอ เปลี่ยนท่ายังไงก็ไม่ดีขึ้น หลายคนคิดว่าตัวเองไส้ติ่งแตกหรือกำลังจะตาย
ที่สำคัญกว่านั้นคือ คนที่เคยเป็นครั้งหนึ่งมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูงมากภายในไม่กี่ปี ถ้าไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมอะไรเลย ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมได้มากที่สุด
นิ่วในไตคืออะไร
ปัสสาวะประกอบด้วยน้ำและของเสียที่ละลายอยู่ เมื่อน้ำน้อยเกินไปหรือมีสารบางชนิดมากเกินไป สารเหล่านั้นจะตกผลึกและจับตัวกันเป็นก้อนแข็งขึ้นในไต
ก้อนเล็กมากอาจหลุดออกมากับปัสสาวะโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย ปัญหาเกิดเมื่อก้อนโตพอจะไปติดค้างในท่อไต ทำให้ปัสสาวะไหลไม่สะดวก ท่อไตบีบตัวต้านแรงดัน จึงเกิดอาการปวดรุนแรง
ปวดแบบไหนถึงน่าสงสัย
- ปวดบั้นเอวหรือชายโครงด้านหลังข้างเดียว มาแบบทันทีทันใด
- ปวดเป็นระลอก ปวดขึ้นสุดแล้วเบาลง สลับไปมา ไม่ใช่ปวดคงที่
- ปวดร้าวลงท้องน้อย ขาหนีบ หรืออวัยวะเพศ
- เปลี่ยนท่านั่งท่านอนแล้วไม่ช่วยให้ดีขึ้น ต่างจากปวดกล้ามเนื้อที่มักดีขึ้นเมื่อเปลี่ยนท่า
- คลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วยเพราะปวดมาก
- ปัสสาวะเป็นเลือดหรือสีชา ปัสสาวะบ่อย ปวดเบ่ง หรือแสบขัด
ถ้ามีอาการเหล่านี้ควรพบแพทย์เพื่อตรวจยืนยัน โดยทั่วไปแพทย์อาจตรวจปัสสาวะ อัลตราซาวด์ หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ขึ้นกับกรณี
ต้องไปโรงพยาบาลทันทีถ้ามี
- ไข้สูงหนาวสั่นร่วมกับปวดเอว ซึ่งอาจเป็นการติดเชื้อร่วมกับทางเดินปัสสาวะอุดตัน ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน
- ปัสสาวะไม่ออกเลย
- อาเจียนจนกินน้ำไม่ได้
- ปวดรุนแรงจนทนไม่ไหว
- ผู้ที่มีไตข้างเดียว หรือมีโรคไตอยู่เดิม
ชนิดของนิ่วมีผลกับวิธีป้องกัน
- นิ่วแคลเซียมออกซาเลต พบมากที่สุด เกี่ยวข้องกับการดื่มน้ำน้อยและอาหารที่มีออกซาเลตสูง
- นิ่วกรดยูริก พบในคนที่กินเนื้อสัตว์และสัตว์ปีกมาก คนเป็นโรคเกาต์ และคนที่ปัสสาวะเป็นกรดมาก
- นิ่วสตรูไวท์ เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเรื้อรัง มักโตเร็วและใหญ่
- นิ่วซิสทีน พบน้อย เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรม
ถ้าเคยมีก้อนนิ่วหลุดออกมา การเก็บไปให้แพทย์ตรวจว่าเป็นชนิดใด จะช่วยวางแผนป้องกันได้ตรงจุดกว่าการเดา
ทำไมคนไทยหลายพื้นที่เป็นเยอะ
ปัจจัยที่พบบ่อยได้แก่ อากาศร้อนทำให้เสียเหงื่อมากแต่ดื่มน้ำไม่พอ งานกลางแจ้งที่เข้าห้องน้ำลำบากจึงกลั้นปัสสาวะและดื่มน้ำน้อย การกินเค็มจัด และการดื่มน้ำหวานหรือน้ำอัดลมแทนน้ำเปล่า
วิธีป้องกันที่ได้ผลจริง
ข้อแรกสำคัญกว่าทุกข้อรวมกัน
- ดื่มน้ำให้มากพอจนปัสสาวะใส วิธีวัดที่ง่ายที่สุดคือดูสีปัสสาวะ ควรเป็นสีเหลืองอ่อนเกือบใส ถ้าเข้มแปลว่ายังน้อยไป คนที่เคยเป็นนิ่วมักถูกแนะนำให้ดื่มมากกว่าคนทั่วไป และควรกระจายตลอดวัน ไม่ใช่ดื่มทีเดียวเยอะ
- ลดเค็ม โซเดียมสูงทำให้แคลเซียมถูกขับออกทางปัสสาวะมากขึ้น น้ำปลา ซีอิ๊ว ผงชูรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และขนมกรุบกรอบคือแหล่งหลัก
- อย่างดแคลเซียมจากอาหาร นี่คือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด การกินแคลเซียมจากอาหารในปริมาณปกติช่วยจับออกซาเลตในลำไส้ ทำให้ดูดซึมน้อยลง การงดนมและปลาเล็กปลาน้อยกลับเพิ่มความเสี่ยง ส่วนอาหารเสริมแคลเซียมขนาดสูงควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ระวังอาหารออกซาเลตสูงถ้าเป็นนิ่วชนิดนี้ เช่น ผักโขม ใบชะพลู ช็อกโกแลต ถั่ว และชาเข้มข้น ไม่จำเป็นต้องงดเด็ดขาด แต่ควรกินคู่กับอาหารที่มีแคลเซียมและดื่มน้ำให้มาก
- ลดเนื้อสัตว์ปริมาณมากในมื้อเดียว โดยเฉพาะเครื่องในและสัตว์ปีก ถ้าเป็นนิ่วกรดยูริก
- ลดน้ำหวานและน้ำอัดลม โดยเฉพาะที่มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง
- เพิ่มผลไม้รสเปรี้ยว เช่น มะนาว ส้ม เพราะซิเตรตช่วยยับยั้งการก่อตัวของผลึก น้ำมะนาวผสมน้ำเปล่าไม่ใส่น้ำตาลเป็นทางเลือกที่ดี
- อย่ากลั้นปัสสาวะ และรักษาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะให้หายขาด
การรักษาโดยทั่วไป
นิ่วขนาดเล็กมักหลุดออกเองได้ด้วยการดื่มน้ำมากและยาบรรเทาปวด บางกรณีแพทย์อาจให้ยาช่วยขยายท่อไต
ก้อนที่ใหญ่ขึ้นหรือไม่หลุดเอง มีวิธีรักษาหลายแบบ เช่น การสลายนิ่วด้วยคลื่นเสียง การส่องกล้องผ่านท่อปัสสาวะ หรือการเจาะผ่านผิวหนัง แพทย์จะเลือกตามขนาด ตำแหน่ง และสภาพผู้ป่วย
สิ่งที่ควรจำคือ การเอาก้อนออกไม่ได้แปลว่าจบ เพราะถ้าพฤติกรรมเดิมยังอยู่ นิ่วก้อนใหม่ก็ก่อตัวได้อีก
สรุป
นิ่วในไตเกิดจากปัสสาวะเข้มข้นเกินไปจนสารตกผลึก อาการเด่นคือปวดบั้นเอวข้างเดียวเป็นระลอกและร้าวลงท้องน้อย ปวดร่วมกับไข้สูงถือเป็นภาวะฉุกเฉิน การป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือดื่มน้ำให้ปัสสาวะใสทุกวัน ลดเค็ม และอย่างดแคลเซียมจากอาหาร
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคล ผู้ที่มีอาการหรือมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย