ประโยคที่คนเป็นโรคซึมเศร้าได้ยินบ่อยที่สุดคือ "ใครๆ ก็เศร้าเป็น" ซึ่งจริงในแง่หนึ่ง แต่ก็เหมือนบอกคนที่ขาหักว่าใครๆ ก็เคยเจ็บขา
ความเศร้าเป็นอารมณ์ปกติของมนุษย์ ส่วนโรคซึมเศร้าเป็นภาวะทางการแพทย์ที่มีเกณฑ์วินิจฉัยชัดเจน และรักษาได้
เส้นแบ่งอยู่ตรงไหน
แพทย์ดูสามอย่างหลัก
ระยะเวลา
ความเศร้าปกติมักสัมพันธ์กับเหตุการณ์ และค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป โรคซึมเศร้าคืออาการที่มีเกือบทั้งวัน แทบทุกวัน ต่อเนื่องอย่างน้อยสองสัปดาห์
ผลกระทบต่อการใช้ชีวิต
เศร้าธรรมดายังไปทำงานได้ ยังกินได้ ยังหัวเราะกับเพื่อนได้บ้าง โรคซึมเศร้าทำให้ทำสิ่งที่เคยทำได้ไม่ได้ ตื่นไปทำงานไม่ไหว อาบน้ำยังรู้สึกหนัก
การสูญเสียความสนใจ
ข้อนี้สำคัญที่สุดและคนมองข้ามมากที่สุด สิ่งที่เคยชอบกลับไม่รู้สึกอะไรเลย ไม่ใช่เศร้าอย่างเดียว แต่คือรู้สึกด้านชา เรียกว่าภาวะไร้ความสุข
อาการที่ควรสังเกต
ทางอารมณ์
- เศร้า ว่างเปล่า หรือหงุดหงิดง่ายผิดปกติ ในผู้ชายและวัยรุ่นมักแสดงออกเป็นความหงุดหงิดมากกว่าความเศร้า
- รู้สึกไร้ค่า หรือรู้สึกผิดเกินเหตุ
- สิ้นหวัง มองไม่เห็นอนาคต
ทางความคิด
- สมาธิสั้นลง อ่านหนังสือไม่เข้าหัว ตัดสินใจเรื่องเล็กๆ ไม่ได้
- ความจำแย่ลง
- คิดเรื่องความตายหรือทำร้ายตัวเอง
ทางร่างกาย
ข้อนี้คนไทยมาหาหมอด้วยอาการกลุ่มนี้มากที่สุด โดยไม่รู้ว่าเกี่ยวกับใจ
- นอนไม่หลับ หรือนอนมากผิดปกติ
- เบื่ออาหารหรือกินมากผิดปกติ น้ำหนักเปลี่ยนชัดเจน
- อ่อนเพลียตลอดเวลา แม้พักแล้วก็ไม่หาย
- ปวดหัว ปวดท้อง ปวดตามตัวโดยตรวจไม่พบสาเหตุ
- เคลื่อนไหวช้าลงหรือกระสับกระส่ายผิดปกติ
ถ้ามีอาการรวมกันตั้งแต่ 5 ข้อขึ้นไป ต่อเนื่องเกินสองสัปดาห์ และกระทบชีวิตประจำวัน ควรไปพบแพทย์
ไม่ใช่แค่ใจไม่สู้
เรื่องที่ควรเข้าใจให้ตรงกันคือ โรคซึมเศร้าเกี่ยวข้องกับการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง พันธุกรรม ฮอร์โมน และความเครียดสะสม ไม่ใช่เรื่องของความอ่อนแอทางนิสัย
คนที่เข้มแข็งที่สุดที่คุณรู้จักก็เป็นได้ และหลายครั้งเป็นโดยที่ไม่มีใครรู้ เพราะเขาเก่งเรื่องปิดบัง
ภาวะทางกายบางอย่างก็ทำให้เกิดอาการคล้ายซึมเศร้า เช่น ไทรอยด์ทำงานต่ำ ภาวะโลหิตจาง ขาดวิตามินบางชนิด หรือผลข้างเคียงของยาบางตัว การไปตรวจจึงมีประโยชน์แม้ผลจะออกมาว่าไม่ใช่ซึมเศร้า
เมื่อไหร่ที่เป็นเรื่องด่วน
ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ อย่ารอ
- พูดถึงการอยากตาย หรือบอกว่าอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์
- เริ่มจัดการเรื่องส่วนตัว เช่น แจกของ สั่งเสีย ทั้งที่ไม่มีเหตุผล
- เคยทำร้ายตัวเอง
- อาการดีขึ้นอย่างกะทันหันหลังจากแย่มานาน โดยไม่มีเหตุผลชัดเจน ข้อนี้เป็นสัญญาณอันตรายที่คนไม่รู้ เพราะบางครั้งเกิดจากการตัดสินใจได้แล้ว
ในไทยมีสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง และห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลรับดูแลกรณีเร่งด่วนเสมอ
รักษายังไง
- จิตบำบัด โดยเฉพาะการบำบัดความคิดและพฤติกรรม มีหลักฐานสนับสนุนชัดเจน
- ยาต้านเศร้า ใช้เวลาราว 2 ถึง 6 สัปดาห์กว่าจะเห็นผลเต็มที่ ข้อนี้สำคัญเพราะหลายคนกินสองสัปดาห์แล้วคิดว่าไม่ได้ผลจึงหยุดเอง
- ห้ามหยุดยาเองแม้รู้สึกดีขึ้น เพราะเสี่ยงกลับเป็นซ้ำและอาการถอนยา ต้องค่อยๆ ลดตามแพทย์สั่ง
- การออกกำลังกายมีหลักฐานว่าช่วยได้จริงในผู้ป่วยระดับน้อยถึงปานกลาง แต่ไม่ใช่สิ่งทดแทนการรักษา
- การนอนให้เป็นเวลาและลดแอลกอฮอล์ช่วยมาก แอลกอฮอล์เป็นสารกดประสาทและทำให้อาการแย่ลงในระยะยาว
สิทธิบัตรทองครอบคลุมการรักษาสุขภาพจิต และโรงพยาบาลชุมชนหลายแห่งมีคลินิกให้บริการ ไม่จำเป็นต้องไปโรงพยาบาลเฉพาะทางเสมอไป
ถ้าคนใกล้ตัวเป็น ควรทำยังไง
สิ่งที่ควรพูด
- เราอยู่ตรงนี้นะ ไม่ต้องรีบดีขึ้น
- ไม่ต้องอธิบายก็ได้ว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้
- อยากให้ไปหาหมอด้วยกันไหม เดี๋ยวไปเป็นเพื่อน
- ขอบคุณที่บอกเรา
สิ่งที่ไม่ควรพูด
- คิดบวกสิ
- คนอื่นลำบากกว่าเยอะ
- ออกไปเที่ยวเดี๋ยวก็หาย
- เป็นเพราะไม่เข้าวัด หรือ เพราะไม่ได้ออกกำลังกาย
- ทำไมไม่สู้
สิ่งที่ช่วยจริงมักไม่ใช่คำแนะนำ แต่คือการอยู่ด้วยโดยไม่ตัดสิน ชวนไปเดินเล่นสั้นๆ ชวนกินข้าว ส่งข้อความถามไถ่โดยไม่คาดหวังคำตอบยาว และสำคัญที่สุดคือช่วยพาไปพบแพทย์ เพราะคนที่กำลังป่วยมักไม่มีแรงพอจะจัดการเรื่องนัดหมายเอง
สรุป
โรคซึมเศร้าต่างจากความเศร้าตรงระยะเวลา ความรุนแรง และการที่ทำให้ใช้ชีวิตปกติไม่ได้ มันเป็นโรคที่รักษาได้และคนส่วนใหญ่ดีขึ้นเมื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสม ถ้าสงสัยว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวกำลังเป็น การไปตรวจคือสิ่งที่เสียหายน้อยที่สุดที่ทำได้ เพราะถ้าไม่ใช่ก็โล่งใจ และถ้าใช่ก็ได้เริ่มรักษาเร็วขึ้น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย