โรคหลอดเลือดสมอง หรือที่เรียกกันว่าสโตรก เป็นภาวะที่เลือดไปเลี้ยงสมองบางส่วนหยุดชะงัก เซลล์สมองบริเวณนั้นเริ่มตายภายในไม่กี่นาที
ตัวเลขที่แพทย์มักยกมาคือ ในแต่ละนาทีที่ผ่านไปโดยไม่ได้รับการรักษา สมองสูญเสียเซลล์ประสาทราวสองล้านเซลล์ นี่คือเหตุผลว่าทำไมโรคนี้ถึงวัดกันเป็นนาที ไม่ใช่เป็นชั่วโมง
สองชนิดที่ต่างกันสิ้นเชิง
ชนิดขาดเลือด พบประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ เกิดจากลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดสมอง รักษาด้วยยาละลายลิ่มเลือดหรือการใส่สายไปดึงลิ่มเลือดออก
ชนิดเลือดออก พบราว 20 เปอร์เซ็นต์ เกิดจากหลอดเลือดในสมองแตก มักสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูงที่คุมไม่ได้ การรักษาต่างออกไปโดยสิ้นเชิง และห้ามให้ยาละลายลิ่มเลือดเด็ดขาด
ความต่างนี้คือเหตุผลว่าทำไมต้องไปโรงพยาบาล ไม่ใช่กินยาเอง เพราะสองชนิดนี้แยกจากอาการภายนอกไม่ได้ ต้องทำเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองเท่านั้น การกินแอสไพรินเองในกรณีเลือดออกในสมอง จะทำให้เลือดออกมากขึ้น
F.A.S.T. สังเกตได้ใน 10 วินาที
F — Face หน้าเบี้ยว ให้ยิ้มหรือยิงฟัน ดูว่ามุมปากข้างใดตกหรือไม่
A — Arms แขนอ่อนแรง ให้ยกแขนสองข้างขึ้นระดับไหล่แล้วหลับตา ดูว่าข้างใดตกลงมา
S — Speech พูดลำบาก ให้พูดประโยคง่ายๆ ตาม ฟังว่าพูดไม่ชัด พูดไม่ออก หรือฟังไม่เข้าใจ
T — Time เวลา ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง โทร 1669 ทันที และจำเวลาที่เริ่มมีอาการให้แม่น
อาการอื่นที่ควรระวังด้วย
- ตามัวหรือมองเห็นภาพซ้อนเฉียบพลัน โดยเฉพาะข้างเดียว
- เวียนศีรษะรุนแรง เดินเซ ทรงตัวไม่ได้แบบเกิดขึ้นทันที
- ปวดศีรษะรุนแรงที่สุดในชีวิตแบบเกิดฉับพลัน มักสัมพันธ์กับเลือดออกในสมอง
- ชาครึ่งซีกของร่างกาย
จุดร่วมของทุกอาการคือ เกิดขึ้นทันทีทันใด ไม่ใช่ค่อยเป็นค่อยไป
นาทีทองคืออะไร
ยาละลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำให้ผลดีที่สุดเมื่อได้รับภายใน 4.5 ชั่วโมงนับจากเริ่มมีอาการ ส่วนการใส่สายไปลากลิ่มเลือดออกอาจทำได้ในกรอบเวลาที่กว้างกว่านั้นในผู้ป่วยบางราย ขึ้นกับผลภาพสมอง
นั่นแปลว่าเวลาที่คุณมีไม่ใช่ทั้งวัน แต่ราวสี่ชั่วโมงครึ่ง และในนั้นยังต้องหักเวลาเดินทาง เวลาตรวจ เวลาเอกซเรย์ ทีมแพทย์จึงเหลือเวลาจริงน้อยมาก
สิ่งที่คุณช่วยได้มากที่สุดคือ จำเวลาที่เห็นผู้ป่วยเป็นปกติครั้งสุดท้าย ไม่ใช่เวลาที่พบว่าผิดปกติ ข้อมูลนี้เป็นตัวตัดสินว่าจะให้ยาได้หรือไม่ ในกรณีที่ตื่นมาแล้วพบอาการ ให้นับจากเวลาที่เข้านอนโดยยังปกติ
สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด
- ห้ามรอดูอาการ สโตรกไม่ปวด และหลายคนรู้สึกว่า "เดี๋ยวก็ดีขึ้น" ซึ่งเป็นสาเหตุที่มาโรงพยาบาลช้าที่สุด
- ห้ามให้กินหรือดื่มอะไร เพราะกล้ามเนื้อกลืนอาจอ่อนแรง ทำให้สำลักลงปอด
- ห้ามให้ยาลดความดันเองที่บ้าน การลดความดันเร็วเกินไปทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองน้อยลงอีก
- ห้ามใช้เข็มเจาะปลายนิ้วหรือติ่งหู ไม่มีหลักฐานว่าช่วย และทำให้เสียเวลาที่มีค่าที่สุด
- ห้ามขับรถไปเอง ควรเรียก 1669 เพราะรถพยาบาลแจ้งโรงพยาบาลล่วงหน้าได้ ทีมสโตรกจะเตรียมพร้อมรอ ทำให้เร็วกว่าไปเองมาก
อาการเตือนที่หายเองใน 24 ชั่วโมง อย่าเพิ่งดีใจ
ถ้ามีอาการแบบสโตรกแล้วหายเองภายในไม่กี่นาทีถึงชั่วโมง เรียกว่าภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว หรือ TIA
คนจำนวนมากโล่งใจแล้วไม่ไปหาหมอ ทั้งที่นี่คือสัญญาณเตือนที่ชัดที่สุด ผู้ป่วย TIA มีความเสี่ยงเกิดสโตรกจริงสูงมากในช่วงไม่กี่วันถัดมา การไปตรวจทันทีและได้รับยาป้องกันลดความเสี่ยงนั้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยเสี่ยงที่คุมได้
- ความดันโลหิตสูง เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่ง และส่วนใหญ่ไม่มีอาการจนกว่าจะสาย
- เบาหวานและไขมันในเลือดสูง
- สูบบุหรี่ รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า
- ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะชนิด AF ซึ่งทำให้เกิดลิ่มเลือดในหัวใจแล้วหลุดไปสมอง คนกลุ่มนี้มักต้องได้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด
- ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- อ้วนลงพุงและไม่ออกกำลังกาย
- ดื่มแอลกอฮอล์หนัก
ป้องกันยังไง
- วัดความดันที่บ้านสม่ำเสมอ ถ้าเกิน 140/90 บ่อยครั้ง ควรพบแพทย์
- ลดเค็ม เป้าหมายคือโซเดียมไม่เกินราว 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งประมาณเกลือ 1 ช้อนชา
- ขยับร่างกายให้ได้สัปดาห์ละราว 150 นาที เดินเร็วก็นับ
- เลิกบุหรี่ ความเสี่ยงลดลงชัดเจนภายในไม่กี่ปี
- กินยาตามหมอสั่งต่อเนื่อง อย่าหยุดเองเมื่อรู้สึกดีขึ้น ข้อนี้เป็นสาเหตุสโตรกซ้ำที่พบบ่อยที่สุด
- ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะหลังอายุ 40
หลังเป็นแล้ว ฟื้นฟูได้แค่ไหน
สมองมีความสามารถในการปรับตัว เซลล์ส่วนที่เหลือเรียนรู้ทำหน้าที่แทนได้บางส่วน การทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะในช่วง 3 ถึง 6 เดือนแรก ให้ผลดีที่สุด
สิทธิบัตรทองครอบคลุมการฟื้นฟูสมรรถภาพ และมีระบบดูแลผู้ป่วยที่บ้านในหลายพื้นที่ ควรถามโรงพยาบาลก่อนกลับบ้านทุกครั้ง
สรุป
จำสี่ตัวอักษร F.A.S.T. ให้ขึ้นใจ หน้าเบี้ยว แขนอ่อนแรง พูดผิดปกติ ให้โทร 1669 ทันที จำเวลาที่ยังปกติครั้งสุดท้าย ห้ามให้กินอะไร ห้ามรอดูอาการ เพราะโรคนี้สิ่งที่ตัดสินว่าจะกลับมาเดินได้หรือนอนติดเตียง ไม่ใช่โชค แต่คือจำนวนนาทีที่เสียไป
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย