หลายบ้านคุ้นเคยกับเสียงกรนจนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ บางคนถึงกับภูมิใจว่านอนหลับสนิทถึงกรนได้ขนาดนั้น
ความจริงคือ การกรนเสียงดังต่อเนื่องเป็นสัญญาณว่าทางเดินหายใจแคบลงขณะหลับ และถ้าแคบจนปิดสนิทเป็นช่วงๆ นั่นคือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องรักษา ไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญ
กรนเกิดขึ้นได้ยังไง
ตอนหลับ กล้ามเนื้อรอบคอและลิ้นจะคลายตัวลง ทำให้ช่องทางเดินหายใจแคบลงกว่าตอนตื่น เมื่ออากาศไหลผ่านช่องที่แคบ เนื้อเยื่ออ่อนบริเวณเพดานอ่อนและลิ้นไก่จะสั่น เกิดเป็นเสียงกรน
ยิ่งช่องแคบมาก เสียงยิ่งดัง และถ้าแคบจนปิดสนิท อากาศจะเข้าไม่ได้เลยชั่วขณะ นั่นคือจุดที่กรนธรรมดากลายเป็นภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
สัญญาณที่บอกว่าไม่ใช่กรนธรรมดา
สังเกตตัวเองและให้คนที่นอนด้วยช่วยสังเกต
- กรนดังสลับกับช่วงเงียบไปนาน แล้วตามด้วยเสียงเฮือกหรือสำลัก
- ตื่นมาแล้วยังเพลีย ทั้งที่นอนครบ 7 ถึง 8 ชั่วโมง
- ง่วงมากในเวลากลางวัน หลับในระหว่างประชุม ดูทีวี หรือติดไฟแดง
- ปวดหัวตอนเช้า คอแห้ง เจ็บคอเมื่อตื่น
- ตื่นเข้าห้องน้ำกลางดึกบ่อยผิดปกติ
- ความดันโลหิตสูงที่คุมยาก แม้กินยาแล้ว
- หงุดหงิดง่าย สมาธิสั้นลง ความจำระยะสั้นแย่ลง
ถ้ามีข้อแรกร่วมกับข้อใดข้อหนึ่งที่เหลือ ควรไปพบแพทย์เพื่อประเมิน
ทำไมต้องรีบดูแล
ทุกครั้งที่หยุดหายใจ ระดับออกซิเจนในเลือดจะลดลง ร่างกายจึงต้องปลุกตัวเองขึ้นมาสั้นๆ เพื่อเปิดทางเดินหายใจ ซึ่งเกิดขึ้นเร็วมากจนคนไข้ส่วนใหญ่จำไม่ได้เลย
แต่ผลคือการนอนถูกขัดจังหวะหลายสิบครั้งต่อชั่วโมง สมองจึงไม่ได้เข้าสู่ช่วงหลับลึกอย่างที่ควร และร่างกายอยู่ในภาวะเครียดตลอดคืน
ภาวะนี้จึงเชื่อมโยงกับความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ เบาหวานชนิดที่ 2 และความเสี่ยงอุบัติเหตุจากการหลับใน ซึ่งเป็นเรื่องที่ประเมินต่ำกันมากในคนขับรถ
ใครเสี่ยงมากกว่าคนอื่น
- คนที่มีน้ำหนักเกิน โดยเฉพาะรอบคอหนา
- ผู้ชายเสี่ยงมากกว่าผู้หญิง แต่ผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นใกล้เคียงกัน
- อายุมากขึ้น กล้ามเนื้อคอหย่อนตัวมากขึ้น
- คนที่มีต่อมทอนซิลโต ผนังกั้นจมูกคด หรือภูมิแพ้เรื้อรังที่ทำให้จมูกตันประจำ
- คนที่ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน หรือใช้ยานอนหลับบางชนิด เพราะทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวมากขึ้น
- คนสูบบุหรี่ เพราะการอักเสบทำให้ทางเดินหายใจบวม
วิธีดูแลตัวเองที่ทำได้ก่อน
สิ่งเหล่านี้ช่วยลดการกรนได้จริงในหลายคน แต่ไม่ใช่การรักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่ชัดเจนแล้ว
- ลดน้ำหนัก แม้แค่ 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว ก็ช่วยลดความรุนแรงได้อย่างชัดเจน
- นอนตะแคง แทนนอนหงาย เพราะท่านอนหงายทำให้ลิ้นตกไปปิดทางเดินหายใจ วิธีบ้านๆ ที่ได้ผลคือเย็บกระเป๋าเล็กติดหลังเสื้อแล้วใส่ลูกเทนนิสไว้
- งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 3 ชั่วโมงก่อนนอน
- เลิกบุหรี่
- รักษาอาการคัดจมูกจากภูมิแพ้ให้ดี ปรึกษาแพทย์เรื่องยาพ่นจมูกถ้าคัดจมูกเรื้อรัง
- เข้านอนและตื่นเวลาเดิมทุกวัน เพราะการอดนอนสะสมทำให้กล้ามเนื้อคอหย่อนมากขึ้น
- ยกหัวเตียงให้สูงขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่แค่เพิ่มหมอน เพราะการหนุนหมอนสูงอาจทำให้คอพับและแย่ลง
เมื่อไหร่ต้องไปหาหมอ
ไปพบแพทย์ถ้ามีเสียงเฮือกหรือสำลักขณะหลับ ง่วงกลางวันจนกระทบการทำงานหรือการขับรถ หรือมีความดันโลหิตสูงที่คุมไม่ได้
แพทย์อาจส่งตรวจการนอนหลับ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งแบบตรวจในโรงพยาบาลและแบบชุดตรวจที่นำกลับไปนอนที่บ้านได้ ผลตรวจจะบอกว่าหยุดหายใจกี่ครั้งต่อชั่วโมง และออกซิเจนตกลงไปแค่ไหน
การรักษามีหลายทาง ตั้งแต่เครื่องอัดอากาศแรงดันบวกที่เรียกว่า CPAP ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับผู้ที่มีอาการปานกลางถึงรุนแรง ไปจนถึงเครื่องมือทันตกรรมสำหรับเลื่อนขากรรไกร และการผ่าตัดในบางกรณี
สรุป
เสียงกรนดังที่สลับกับช่วงเงียบและเสียงเฮือก ไม่ใช่เรื่องปกติของการนอนหลับสนิท แต่เป็นสัญญาณว่าทางเดินหายใจปิดเป็นช่วงๆ
ถ้าตื่นมาแล้วยังเพลียทุกวัน ทั้งที่นอนครบชั่วโมง อย่าเพิ่งโทษความเครียดหรืออายุ ลองให้คนที่นอนด้วยช่วยสังเกตสักสัปดาห์ แล้วปรึกษาแพทย์ เพราะภาวะนี้รักษาได้ และคุณภาพการนอนที่กลับมาจะเปลี่ยนทั้งวันที่เหลือของคุณ
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย