คนส่วนใหญ่คิดว่าฟันผุเกิดจากการไม่แปรงฟัน แต่ในคลินิกทันตกรรมมีคนไข้จำนวนมากที่แปรงฟันทุกวันวันละสองครั้ง แล้วยังมีฟันผุและเหงือกอักเสบ เหตุผลคือปัญหาไม่ได้อยู่ที่แปรงหรือไม่แปรง แต่อยู่ที่แปรงถึงหรือไม่ถึง และปากเรามีสภาพเป็นกรดบ่อยแค่ไหนในหนึ่งวัน
ฟันผุเกิดขึ้นได้อย่างไร
ในปากเรามีแบคทีเรียอยู่ตามธรรมชาติ เมื่อเรากินอาหารที่มีแป้งหรือน้ำตาล แบคทีเรียจะย่อยและปล่อยกรดออกมา กรดนี้กัดผิวเคลือบฟันให้สูญเสียแร่ธาตุ ปกติน้ำลายจะช่วยล้างกรดและเติมแร่ธาตุกลับคืนภายในประมาณ 20 ถึง 60 นาที
ปัญหาเกิดเมื่อเรากินจุบจิบตลอดวัน เพราะทุกครั้งที่กินคือการเริ่มรอบกรดใหม่ ปากจึงไม่มีเวลาฟื้นตัว คนที่จิบน้ำหวานหรือกาแฟใส่น้ำตาลทีละนิดตลอดวันจะเสี่ยงฟันผุมากกว่าคนที่กินขนมหวานทีเดียวจบพร้อมมื้ออาหาร แม้ปริมาณน้ำตาลรวมเท่ากัน
จุดสำคัญจึงไม่ใช่แค่กินน้ำตาลเท่าไหร่ แต่คือกินกี่ครั้งต่อวัน
เหงือกอักเสบและโรคปริทันต์
คราบจุลินทรีย์ที่สะสมตามขอบเหงือกจะแข็งตัวเป็นหินปูนภายในไม่กี่วัน หินปูนแปรงออกไม่ได้และเป็นที่เกาะของแบคทีเรียเพิ่ม ทำให้เหงือกอักเสบ อาการเริ่มต้นคือเหงือกบวมแดง เลือดออกง่ายเวลาแปรงฟัน และมีกลิ่นปาก
ถ้าปล่อยไว้จะลุกลามเป็นโรคปริทันต์ ซึ่งทำลายกระดูกที่ยึดรากฟัน ทำให้ฟันโยกและอาจต้องถอน ที่สำคัญคือระยะนี้มักไม่เจ็บ คนไข้จึงไม่รู้ตัวจนฟันเริ่มโยก และการสูญเสียกระดูกที่หายไปแล้วไม่กลับมาเอง
การมีเลือดออกเวลาแปรงฟันไม่ใช่เรื่องปกติที่ควรปล่อยผ่าน มันคือสัญญาณของการอักเสบ
แปรงฟันให้ถูกวิธี
- ใช้แปรงขนนุ่ม ขนแข็งไม่ได้ทำให้สะอาดกว่าแต่ทำให้เหงือกร่นและฟันสึก
- แปรงนานสองนาที คนส่วนใหญ่แปรงจริงประมาณ 40 วินาที ลองจับเวลาจะรู้
- เอียงแปรงประมาณ 45 องศาเข้าหาขอบเหงือก ขยับสั้นๆ เป็นวงกลม ไม่ถูไปมาแรงๆ
- แปรงให้ครบทุกด้าน ทั้งด้านนอก ด้านใน และด้านบดเคี้ยว ด้านในของฟันล่างเป็นจุดที่คนลืมบ่อยที่สุด
- แปรงลิ้นเบาๆ ด้วย เพราะแบคทีเรียสะสมบนลิ้นและทำให้มีกลิ่นปาก
- ใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ และหลังแปรงให้บ้วนน้ำน้อยๆ ไม่ต้องบ้วนหลายรอบ เพื่อให้ฟลูออไรด์อยู่ที่ผิวฟันได้นาน
- เปลี่ยนแปรงทุกสามเดือน หรือเร็วกว่านั้นถ้าขนแปรงบานแล้ว
เรื่องที่คนมองข้ามที่สุดคือไหมขัดฟัน
แปรงสีฟันเข้าถึงผิวฟันได้ประมาณสามในห้าด้าน ส่วนด้านที่ติดกับฟันซี่ข้างเคียงแปรงไม่ถึง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ฟันผุและเหงือกอักเสบเริ่มบ่อยที่สุด การใช้ไหมขัดฟันวันละครั้งก่อนนอนจึงสำคัญไม่น้อยกว่าการแปรงฟัน
วิธีใช้คือดึงไหมยาวประมาณ 40 เซนติเมตร พันนิ้วกลางสองข้าง สอดลงระหว่างฟันอย่างนุ่มนวล แล้วโค้งไหมให้แนบซี่ฟันด้านหนึ่ง ถูขึ้นลงเบาๆ แล้วสลับไปด้านตรงข้าม ห้ามกระแทกลงตรงๆ เพราะจะบาดเหงือก ถ้าใช้ไหมไม่สะดวกให้ใช้แปรงซอกฟันแทน
ช่วงแรกอาจมีเลือดออกเล็กน้อยจากเหงือกที่อักเสบอยู่ ถ้าใช้สม่ำเสมอเลือดจะหยุดภายในหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ถ้าเกินกว่านั้นควรไปพบทันตแพทย์
สัญญาณที่ควรไปหาหมอฟัน
- เสียวฟันเวลากินของเย็นหรือของหวานติดต่อกันหลายวัน
- ปวดฟันเอง โดยเฉพาะปวดตอนกลางคืน
- เหงือกบวม มีตุ่มหนอง หรือมีกลิ่นปากที่ไม่หายแม้ดูแลดีแล้ว
- เห็นรูหรือรอยดำบนฟัน หรือฟันบิ่นแตก
- ฟันโยก หรือรู้สึกว่าการสบฟันเปลี่ยนไป
- เลือดออกเวลาแปรงฟันเป็นประจำ
การไปตรวจฟันและขูดหินปูนทุกหกเดือนถึงหนึ่งปี ถูกกว่าการรักษารากฟันหรือใส่ฟันปลอมมาก ฟันผุที่พบตอนเป็นรูเล็กแค่อุด แต่ถ้าปล่อยจนถึงโพรงประสาทจะต้องรักษารากฟัน ซึ่งใช้เวลาและค่าใช้จ่ายต่างกันหลายเท่า
สรุป
ฟันผุมาจากจำนวนครั้งที่กินของหวานมากกว่าปริมาณ ส่วนเหงือกอักเสบมาจากคราบจุลินทรีย์ที่ขอบเหงือก แปรงฟันวันละสองครั้งให้ครบสองนาทีด้วยแปรงขนนุ่มและยาสีฟันฟลูออไรด์ ใช้ไหมขัดฟันวันละครั้ง ลดการกินจุบจิบ และไปตรวจฟันทุกหกเดือนถึงหนึ่งปี บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลตัวเอง อาการที่มีอยู่ควรได้รับการตรวจจากทันตแพทย์เพื่อวินิจฉัยที่ถูกต้อง
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย