ปัญหาที่คนทำเกษตรรายย่อยเจอมากที่สุดไม่ใช่ปลูกไม่ขึ้น แต่คือปลูกได้แล้วขายไม่ได้ราคา ผักสวยๆ ที่ดูแลมาสองเดือนถูกกดเหลือกิโลละไม่กี่บาทเพราะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขายส่งให้พ่อค้าที่มารับถึงสวน การขายออนไลน์เป็นทางที่ทำให้ราคาต่อกิโลสูงขึ้นได้จริง แต่มันคือทักษะคนละชุดกับการปลูก และมีรายละเอียดที่ต้องเตรียมก่อนเริ่ม
เริ่มจากเลือกของที่ขายออนไลน์ได้จริง
ไม่ใช่ทุกอย่างที่เหมาะกับการส่งพัสดุ ของที่ขายออนไลน์ได้ดีมักมีลักษณะแบบนี้
- ทนต่อการขนส่ง 2-3 วันโดยไม่เสียคุณภาพ เช่น ไข่ไก่ที่แพ็กดี ผักที่มีเปลือกหนา ฟักทอง มันเทศ ขิง ข่า ตะไคร้ กล้วยดิบ
- ของแปรรูปที่เก็บได้นาน เช่น กล้วยตาก น้ำพริก ปลาร้าปรุงสุก ข้าวสาร ผงสมุนไพร น้ำผึ้ง ไข่เค็ม ซึ่งกำไรต่อชิ้นดีกว่าของสดมาก
- ของสดที่หายากในเมือง เช่น ผักพื้นบ้าน ผักหวานป่า เห็ดตามฤดู มะนาวแป้น ผลไม้เฉพาะถิ่น กลุ่มนี้คนยอมจ่ายแพงเพราะหาซื้อไม่ได้ทั่วไป
ส่วนผักใบบางอย่างผักบุ้ง ผักกาดหอม ถ้าจะขายออนไลน์ควรขายในพื้นที่ใกล้เคียงแล้วส่งเอง หรือใช้บริการส่งด่วนในเมืองเดียวกัน
ข้อแนะนำสำหรับคนเริ่มต้น เลือกของ 1-3 อย่างที่ทำได้ดีที่สุดก่อน อย่าลงหน้าเพจสิบยี่สิบรายการตั้งแต่วันแรก คนซื้อจำไม่ได้ว่าเราขายอะไร
ขายที่ไหน
- เฟซบุ๊กเพจหรือโปรไฟล์ส่วนตัว เหมาะที่สุดสำหรับคนเริ่มต้น เพราะลูกค้ากลุ่มแรกมักเป็นคนรู้จักและคนในพื้นที่ ต้นทุนศูนย์บาท
- กลุ่มซื้อขายในเฟซบุ๊ก โดยเฉพาะกลุ่มประจำจังหวัดและกลุ่มคนรักผักปลอดสาร ได้ลูกค้าเร็วแต่ต้องอ่านกฎกลุ่มก่อนโพสต์
- ไลน์ กลุ่มลูกค้าประจำใช้ไลน์สะดวกที่สุด เปิดไลน์ทางการหรือใช้ไลน์ส่วนตัวก็ได้ในช่วงแรก
- ติ๊กต็อกและรีลส์ วิดีโอสวนจริงๆ ตอนเก็บผลผลิตทำงานได้ดีมากกับสินค้าเกษตร เพราะคนอยากเห็นที่มา
- ตลาดออนไลน์ทั่วไป เหมาะกับของแปรรูปที่เก็บได้นาน มีคนเดินเข้ามาเองแต่การแข่งขันด้านราคาสูง
ทำอย่างน้อยสองช่องทางควบคู่กัน ช่องทางหนึ่งไว้หาคนใหม่ อีกช่องทางไว้เก็บลูกค้าเก่า
ถ่ายรูปให้ขายได้ ไม่ต้องใช้กล้องแพง
- ถ่ายกลางแจ้งช่วงเช้าหรือเย็น แสงธรรมชาติชนะไฟในบ้านเสมอ อย่าถ่ายตอนเที่ยงเพราะเงาแข็ง
- ถ่ายให้เห็นบริบท มือที่กำลังเก็บผัก ตะกร้าที่วางในแปลง คนซื้อออนไลน์ซื้อความน่าเชื่อถือพอๆ กับซื้อของ
- มีรูปเทียบขนาด วางไข่ข้างมือ หรือวางผลไม้ข้างขวดน้ำ ลดปัญหาลูกค้าบ่นว่าเล็กกว่าที่คิด
- ถ่ายตอนแพ็กด้วย ให้เห็นว่าห่อยังไง คนซื้อของสดกังวลเรื่องนี้มากที่สุด
- อย่าใช้ฟิลเตอร์จนสีเพี้ยน ของจริงต้องเหมือนรูป ไม่งั้นได้ลูกค้าครั้งเดียวแล้วจบ
ตั้งราคาอย่างไรไม่ให้ขาดทุนเงียบๆ
คนทำเกษตรมักตั้งราคาจากราคาตลาดแล้วบวกนิดหน่อย ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ขาดทุนโดยไม่รู้ตัว เพราะลืมนับต้นทุนของการขายออนไลน์
ต้นทุนที่ต้องนับเข้าไป
- ต้นทุนการผลิต เมล็ด ปุ๋ย น้ำ ไฟ
- ค่าแรงตัวเอง หลายคนไม่นับ ทำให้ตัวเลขกำไรหลอกตัวเอง
- ค่ากล่อง ถุง ตัวกันกระแทก เทป สติกเกอร์ ประมาณ 10-25 บาทต่อกล่อง
- ค่าส่ง และเผื่อของเสียหายระหว่างทางประมาณ 3-5% ของยอดขาย
- ค่าน้ำมันไปส่งพัสดุ
สูตรง่ายๆ คือ รวมต้นทุนทั้งหมดต่อชิ้น แล้วบวกกำไรที่ต้องการ อย่างน้อย 30-40% เพราะต้องเผื่อของเสียและการคืนสินค้า
เทคนิคที่ช่วยได้มาก
- ขายเป็นชุด เช่น ชุดผักสวนครัว 5 อย่าง แทนที่จะขายแยกกิโล ทำให้เทียบราคากับตลาดตรงๆ ไม่ได้ และค่าส่งต่อออเดอร์คุ้มขึ้น
- กำหนดยอดขั้นต่ำต่อออเดอร์ ให้คุ้มค่ากล่องและค่าส่ง
- มีตัวเลือกส่งฟรีเมื่อซื้อครบจำนวน คนมักเพิ่มของเพื่อให้ถึงยอด
แพ็กส่งไม่ให้ช้ำ
- เก็บผลผลิตช่วงเช้าตรู่ ผึ่งให้แห้งก่อนแพ็ก ความชื้นที่ค้างอยู่คือสาเหตุอันดับหนึ่งของการเน่าระหว่างทาง
- ผักใบให้ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษซับ แล้วค่อยใส่ถุง เจาะรูระบายอากาศ อย่าปิดสนิท
- ไข่ใช้แผงไข่กระดาษ แล้วยัดกระดาษกันขยับให้แน่นทุกช่องว่างในกล่อง ทดสอบด้วยการเขย่ากล่อง ถ้าได้ยินเสียงของขยับแสดงว่ายังไม่แน่นพอ
- ผลไม้สุกง่ายให้ส่งตอนยังไม่สุกเต็มที่ และเขียนบอกลูกค้าว่าจะสุกพอดีในกี่วัน
- ส่งต้นสัปดาห์ ระหว่างวันจันทร์ถึงพุธ เลี่ยงการส่งวันศุกร์เพราะของอาจค้างคลังตลอดสุดสัปดาห์
- ใส่กระดาษขอบคุณเขียนมือลงไปด้วย ต้นทุนแทบเป็นศูนย์ แต่เป็นสิ่งที่ลูกค้าถ่ายรูปลงโซเชียลให้บ่อยที่สุด
สร้างลูกค้าประจำ ซึ่งคือหัวใจจริงๆ
การหาลูกค้าใหม่เหนื่อยกว่าการรักษาลูกค้าเก่าหลายเท่า คนทำเกษตรที่ขายออนไลน์ได้ยั่งยืนมักมีลูกค้าประจำแค่ 50-100 คนแต่สั่งซ้ำสม่ำเสมอ
- เก็บรายชื่อลูกค้าไว้ในไลน์กลุ่มหรือสมุด จดว่าใครชอบอะไร ใครแพ้อะไร
- แจ้งล่วงหน้าว่าสัปดาห์นี้จะมีอะไรออก ให้จองก่อนเก็บ วิธีนี้ทำให้เก็บเท่าที่ขายได้ ลดของเหลือทิ้งเกือบหมด
- ทำระบบสมาชิกรายเดือน ส่งผักชุดเดิมทุกสัปดาห์ในราคาที่ตกลงกันไว้ รายได้จะคาดเดาได้และวางแผนปลูกได้แม่นขึ้น
- โพสต์เรื่องราวในสวนสม่ำเสมอ แม้วันที่ไม่มีของขาย ทั้งวันที่ผักโดนเพลี้ยลง วันฝนตกหนัก คนติดตามเพราะเรื่องราว ไม่ได้ติดตามเพราะโปรโมชั่น
- ตอบแชทเร็ว และซื่อสัตย์เรื่องของที่ไม่สวย ถ้ามีตำหนิให้บอกก่อนและลดราคา คนกลับมาซื้อซ้ำเพราะเรื่องนี้มากกว่าเพราะของถูก
ข้อควรระวังทางกฎหมาย
ถ้าขายของแปรรูปที่เป็นอาหาร เช่น น้ำพริก กล้วยตาก ควรศึกษาเรื่องการขอเลขสารบบอาหารจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และการติดฉลากให้ถูกต้อง เพราะแพลตฟอร์มออนไลน์หลายแห่งเริ่มตรวจเข้มขึ้น และเป็นเรื่องความปลอดภัยของผู้บริโภคด้วย ส่วนของสดที่ไม่ได้แปรรูปมักไม่ต้องขอ แต่ควรสอบถามหน่วยงานในพื้นที่ให้แน่ใจ
สรุป
ขายผลผลิตออนไลน์ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปแล้วลงขาย มันคือการเลือกของที่ส่งได้ ตั้งราคาที่นับต้นทุนครบ แพ็กให้ถึงมือลูกค้าในสภาพดี และเปลี่ยนคนซื้อครั้งเดียวให้เป็นลูกค้าประจำ เริ่มจากของอย่างเดียวที่เราทำได้ดีที่สุด ขายให้คนรู้จักก่อน แล้วค่อยขยาย ทำแบบนี้สามเดือนจะเห็นภาพชัดว่าอะไรขายได้จริงในมือเรา
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย