คนที่เพิ่งเริ่มปลูกต้นไม้มักคิดว่าถ้าต้นไม้ตาย แปลว่าดูแลน้อยไป ความจริงคือ **สาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้ต้นไม้ในกระถางตายคือการรดน้ำมากเกินไป** ไม่ใช่น้อยเกินไป เพราะรากที่แช่น้ำตลอดเวลาจะขาดอากาศ เน่า และตายจากข้างล่างขึ้นมาโดยที่เรามองไม่เห็น
ที่หลอกกันมากคือต้นไม้ที่รากเน่ากับต้นไม้ที่ขาดน้ำ แสดงอาการเหมือนกันคือใบเหี่ยวตก คนส่วนใหญ่จึงรดน้ำเพิ่มเข้าไปอีก ซึ่งเป็นการเร่งให้ตายเร็วขึ้น
เช็กก่อนรด อย่าเพิ่งรดตามตาราง
วิธีที่แม่นที่สุดและใช้ได้กับทุกต้นคือ **การจิ้มนิ้วลงดิน** ลึกประมาณสองข้อนิ้ว
- ถ้ารู้สึกชื้น ยังไม่ต้องรด
- ถ้ารู้สึกแห้งสนิท ค่อยรด
- ถ้ารู้สึกแฉะและมีกลิ่นเปรี้ยว แปลว่ารดมากเกินไปแล้ว ต้องหยุดรดจนกว่าจะแห้ง
อีกวิธีที่ใช้กับกระถางได้ดีคือการยกกระถาง กระถางที่ดินยังชื้นจะหนักกว่ากระถางที่ดินแห้งอย่างชัดเจน ปลูกไปสักพักจะเริ่มรู้น้ำหนักด้วยมือเองโดยไม่ต้องจิ้ม
รดตอนไหนดีที่สุด
**ช่วงเช้าตรู่ดีที่สุด** เพราะต้นไม้จะได้ใช้น้ำตลอดวันที่แดดแรง และใบมีเวลาแห้งก่อนกลางคืน ลดโอกาสเกิดเชื้อรา
รองลงมาคือช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก แต่ควรรดที่โคนต้นไม่ให้ใบเปียก เพราะใบที่เปียกค้างคืนเป็นแหล่งเพาะเชื้อราชั้นดี โดยเฉพาะพืชตระกูลแตงและมะเขือเทศ
ช่วงที่ควรเลี่ยงที่สุดคือกลางวันแดดจัด เพราะน้ำระเหยไปมากก่อนซึมถึงราก และดินที่ร้อนจัดเจอน้ำเย็นทันทีทำให้รากช็อกได้
รดให้ลึก ดีกว่ารดบ่อย
หลักการสำคัญที่คนมักทำผิดคือรดทีละนิดทุกวัน วิธีนี้ทำให้น้ำอยู่แค่ผิวดิน รากจึงเติบโตตื้นๆ อยู่ด้านบน พอเจอวันที่แดดแรงหรือลืมรดวันเดียว ต้นก็โทรมทันที
วิธีที่ถูกคือ **รดให้ชุ่มถึงก้นกระถางจนน้ำไหลออกรูระบายน้ำ แล้วเว้นให้ดินแห้งบ้างก่อนรดรอบต่อไป** วิธีนี้บังคับให้รากเดินลึกลงไปหาน้ำ ต้นจึงแข็งแรงและทนแล้งกว่ามาก
ปริมาณที่ต่างกันตามชนิดพืช
- ผักใบอย่างผักบุ้ง คะน้า ผักสลัด ต้องการน้ำสม่ำเสมอ ดินไม่ควรแห้งสนิทนาน
- พืชผลอย่างพริก มะเขือ มะเขือเทศ ชอบดินที่แห้งลงบ้างระหว่างรอบรด รดมากไปจะเฝือใบ ไม่ติดผล
- สมุนไพรอย่างโรสแมรี่ ตะไคร้ กะเพรา ทนแล้งได้ดี รดมากไปรากเน่าง่าย
- ไม้อวบน้ำและกระบองเพชร รดเมื่อดินแห้งสนิทเท่านั้น บางฤดูรดเดือนละครั้งก็พอ
เรื่องที่คนมองข้าม คือรูระบายน้ำ
กระถางสวยหลายใบไม่มีรูก้นกระถาง ซึ่งเป็นสาเหตุให้ต้นไม้ตายมากที่สุดอย่างหนึ่ง น้ำที่ขังอยู่ก้นกระถางจะทำให้รากเน่าแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว
ถ้าชอบกระถางใบนั้นจริงๆ ให้ปลูกในกระถางพลาสติกที่มีรูแล้วสวมลงไปข้างในอีกที เวลารดน้ำก็ยกออกมารด รอให้สะเด็ดน้ำแล้วค่อยใส่กลับ
จานรองกระถางก็เช่นกัน อย่าปล่อยให้มีน้ำขังค้างนานเกินสามสิบนาที
สัญญาณแยกระหว่างขาดน้ำกับรากเน่า
- **ขาดน้ำ** ใบเหี่ยวลู่ลง แต่ยังเขียว ดินแห้งร่วน พอรดน้ำแล้วฟื้นภายในไม่กี่ชั่วโมง
- **รากเน่า** ใบเหลืองจากล่างขึ้นบน ใบร่วงง่าย ดินแฉะ โคนต้นนิ่ม มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว รดน้ำแล้วยิ่งแย่ลง
ถ้าสงสัยว่ารากเน่า ให้ถอนขึ้นมาดู รากที่ดีจะขาวและแข็ง ส่วนรากที่เน่าจะน้ำตาลดำและเปื่อยยุ่ย ตัดส่วนเน่าออกแล้วเปลี่ยนดินใหม่ยังพอมีโอกาสรอด
ปรับตามฤดูด้วย
หน้าร้อนอาจต้องรดทุกวันหรือวันละสองครั้งสำหรับกระถางเล็กที่ตากแดด แต่หน้าฝนอาจไม่ต้องรดเลยเป็นสัปดาห์ ส่วนหน้าหนาวที่อากาศแห้งแต่แดดไม่แรง ต้นไม้ใช้น้ำน้อยลงมาก การรดเท่าเดิมทั้งปีคือความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด
สรุป
จำหลักสามข้อพอ คือจิ้มดินก่อนรดทุกครั้ง รดเช้าดีกว่ารดเย็น และรดให้ชุ่มถึงก้นกระถางแต่เว้นระยะให้ดินแห้งบ้าง แค่เปลี่ยนจากรดตามตารางมาเป็นรดตามที่ดินบอก ต้นไม้ที่เคยตายบ่อยก็จะอยู่รอดได้นานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย