หลายคนเจอปัญหาเดียวกันคือ ปลูกอะไรก็ไม่ค่อยขึ้น ใส่ปุ๋ยแล้วใส่อีกก็ยังโตช้า ใบเหลือง รากไม่เดิน สุดท้ายก็คิดว่าตัวเองมือไม่ถึง ทั้งที่จริงแล้วปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่คนปลูกหรือปุ๋ย แต่อยู่ที่สภาพดินที่ผิดปกติ โดยเฉพาะดินเปรี้ยวและดินเค็ม ซึ่งพบได้ทั่วไปในหลายพื้นที่ของไทย ข่าวดีคือทั้งสองอย่างนี้แก้ได้ ถ้ารู้ว่ากำลังเจอกับอะไร
ดินเปรี้ยวคืออะไร
ดินเปรี้ยวคือดินที่มีความเป็นกรดสูง ค่า pH ต่ำกว่า 5.5 ลงไป มักพบในพื้นที่ลุ่มภาคกลางและภาคใต้ที่เคยเป็นป่าชายเลนเก่า เมื่อดินเป็นกรดจัด ธาตุอาหารที่มีอยู่ในดินจะถูกตรึงไว้จนรากพืชดูดไปใช้ไม่ได้ พูดง่ายๆ คืออาหารมีอยู่แต่พืชกินไม่ได้ ใส่ปุ๋ยไปเท่าไหร่ก็เหมือนสูญเปล่า
**สังเกตยังไง** น้ำในร่องหรือบ่อจะใสผิดปกติ ออกสีชาแก่ ผิวดินอาจมีคราบสีเหลืองฟางคล้ายกำมะถัน พืชโตช้า ใบเหลืองจากขอบเข้ามา และวัชพืชที่ขึ้นได้มักเป็นพวกกกและหญ้าชนิดทนกรด
ดินเค็มคืออะไร
ดินเค็มคือดินที่มีเกลือสะสมมากเกินไป พบมากในภาคอีสานและพื้นที่ใกล้ทะเล เกลือในดินจะดึงน้ำออกจากรากพืช ทำให้พืชแสดงอาการเหมือนขาดน้ำทั้งที่ดินยังชื้นอยู่
**สังเกตยังไง** หน้าดินมีคราบขาวคล้ายเกลือขึ้นเป็นหย่อมๆ โดยเฉพาะหลังแดดจัด ดินแข็งเป็นแผ่น ต้นไม้ปลายใบไหม้แห้งจากปลายเข้ามา และมักตายเป็นวงๆ ไม่ทั่วแปลง
วิธีตรวจง่ายๆ ที่บ้าน
ซื้อชุดวัด pH ดินแบบน้ำยาหยดหรือแบบเข็มปักมาใช้ ราคาไม่กี่ร้อยบาท หาซื้อได้ตามร้านเกษตร วิธีใช้คือขุดดินลึกประมาณหนึ่งฝ่ามือจากหลายๆ จุดในแปลง คลุกรวมกันแล้วค่อยวัด จะได้ค่าที่แทนทั้งแปลงจริงๆ ไม่ใช่แค่จุดเดียว
ถ้าอยากรู้ละเอียด สถานีพัฒนาที่ดินประจำจังหวัดรับตรวจวิเคราะห์ดินให้ฟรีหรือค่าใช้จ่ายต่ำมาก และให้คำแนะนำการปรับปรุงดินตามผลวิเคราะห์ด้วย
วิธีแก้ดินเปรี้ยว
**ใส่ปูน** คือวิธีหลัก ใช้ปูนขาว ปูนมาร์ล หรือโดโลไมต์ หว่านให้ทั่วแล้วไถกลบ ทิ้งไว้อย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนปลูก อย่าใส่พร้อมปุ๋ยเคมี เพราะจะทำให้ปุ๋ยเสื่อมประสิทธิภาพ
**ใส่อินทรียวัตถุ** ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก แกลบดำ ช่วยให้ดินอุ้มน้ำและปรับสภาพได้ดีขึ้น เป็นตัวช่วยที่ขาดไม่ได้
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย