ทุกปีเมื่อเข้าสู่ช่วงอากาศปิด คนไทยจำนวนมากตื่นมาเจอท้องฟ้าขาวขุ่นเหมือนหมอก แต่มันไม่ใช่หมอก มันคือฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เรียกว่า PM2.5 ปัญหาคือหลายคนยังคิดว่าถ้าไม่ไอ ไม่แสบตา ก็คงไม่เป็นอะไร ทั้งที่อันตรายจริงของฝุ่นชนิดนี้คือมันไม่แสดงอาการทันที แต่สะสมไปเรื่อยๆ
PM2.5 คืออะไร ทำไมถึงอันตรายกว่าฝุ่นทั่วไป
ตัวเลข 2.5 หมายถึงขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน เล็กกว่าเส้นผมของคนเราประมาณสามสิบเท่า ฝุ่นขนาดใหญ่ทั่วไปจะติดอยู่ที่ขนจมูกและลำคอ ร่างกายกำจัดออกได้ด้วยการจามหรือไอ แต่ฝุ่นขนาด 2.5 ไมครอนเล็กพอที่จะลงลึกไปถึงถุงลมปอด และบางส่วนซึมผ่านผนังถุงลมเข้าสู่กระแสเลือดได้โดยตรง
นั่นคือเหตุผลที่ผลกระทบของ PM2.5 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ระบบทางเดินหายใจ งานวิจัยจำนวนมากเชื่อมโยงการรับฝุ่นระยะยาวกับโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดสมอง และมะเร็งปอดในคนที่ไม่สูบบุหรี่
ใครที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
- เด็กเล็ก เพราะปอดยังพัฒนาไม่เต็มที่และหายใจถี่กว่าผู้ใหญ่เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว
- ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะคนที่มีโรคหัวใจหรือโรคปอดอยู่แล้ว
- คนท้อง เพราะมีรายงานความเชื่อมโยงกับน้ำหนักแรกคลอดต่ำ
- คนเป็นหอบหืด ภูมิแพ้ และผู้ที่ทำงานกลางแจ้งเป็นประจำ
อ่านค่าฝุ่นยังไงให้เข้าใจ
ค่าที่รายงานกันบ่อยคือหน่วยไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เกณฑ์ที่คนไทยใช้อ้างอิงกันคือ ถ้าต่ำกว่า 25 ถือว่าอากาศดี 26 ถึง 37 เริ่มต้องระวังสำหรับกลุ่มเสี่ยง 38 ถึง 50 เริ่มมีผลกับสุขภาพทุกคน และเกิน 50 ขึ้นไปควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งอย่างจริงจัง
แอปพลิเคชันตรวจวัดคุณภาพอากาศมีให้เลือกหลายตัวและใช้ฟรี ควรดูค่าก่อนออกจากบ้านโดยเฉพาะวันที่ตั้งใจจะออกกำลังกายกลางแจ้ง เพราะการวิ่งทำให้เราหายใจเอาอากาศเข้าไปมากกว่าปกติหลายเท่า วันที่ฝุ่นสูงการวิ่งกลางแจ้งจึงได้ผลเสียมากกว่าผลดี
หน้ากากแบบไหนกันฝุ่นได้จริง
นี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด **หน้ากากอนามัยสีเขียวแบบบางที่ใส่กันทั่วไปกัน PM2.5 ได้น้อยมาก** เพราะออกแบบมาเพื่อกันละอองน้ำลาย ไม่ใช่กันฝุ่นละเอียด
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย