ในบรรดาอาชีพเสริมสายเกษตร จิ้งหรีดเป็นตัวเลือกที่คนมองข้ามบ่อย ทั้งที่มีข้อได้เปรียบชัดเจน คือใช้พื้นที่หลังบ้านไม่กี่ตารางเมตร ใช้เวลาเลี้ยงรอบละประมาณ 45 วัน และมีตลาดรับซื้อทั้งแบบสดและแบบแปรรูป
แต่คนที่เลิกกลางคันส่วนใหญ่แพ้ที่เรื่องเดียวกันหมด คือความชื้นและความสะอาดในบ่อ บทความนี้จะเน้นตรงจุดที่พลาดกันบ่อย
เลือกพันธุ์ก่อน
สองพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงในไทย
- ทองดำและทองแดง ตัวใหญ่ โตเร็ว เนื้อเยอะ นิยมขายสดให้ร้านอาหารและตลาด
- สะดิ้ง ตัวเล็กกว่า กรอบ กลิ่นหอม ราคาต่อกิโลกรัมมักสูงกว่า แต่ผลผลิตต่อบ่อน้อยกว่า
มือใหม่แนะนำให้เริ่มที่ทองดำหรือทองแดงก่อน เพราะเลี้ยงง่ายกว่าและทนกว่า
ทำบ่อเลี้ยง
รูปแบบที่ทำง่ายและถูกที่สุดคือบ่อบล็อกซีเมนต์ หรือกล่องไม้อัดบุด้วยแผ่นพลาสติกเรียบ
- ขนาดที่จัดการง่ายคือกว้าง 1.2 เมตร ยาว 2.4 เมตร สูง 60 เซนติเมตร ต่อหนึ่งบ่อ
- ขอบบนด้านในต้องติดเทปกาวหน้ากว้างหรือแผ่นพลาสติกลื่นรอบบ่อ เพื่อกันจิ้งหรีดปีนออก
- ปิดปากบ่อด้วยมุ้งเขียวหรือมุ้งไนลอน กันจิ้งจก หนู มด และแมลงวัน
- ยกขาบ่อขึ้นจากพื้น แล้ววางขาแช่ในถ้วยน้ำผสมน้ำมันเครื่องเก่าเล็กน้อย เพื่อกันมด ซึ่งเป็นศัตรูอันดับหนึ่งที่ทำให้ตัวอ่อนหายทั้งบ่อภายในคืนเดียว
- วางแผงไข่กระดาษซ้อนเป็นชั้นในบ่อ เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้จิ้งหรีดเกาะ ยิ่งมีชั้นมาก ยิ่งเลี้ยงได้หนาแน่นขึ้น
ตั้งบ่อในที่ร่ม อากาศถ่ายเทดี ไม่โดนฝนสาด และไม่ร้อนอบ
ขั้นตอนการเลี้ยง
เริ่มจากไข่ ซื้อขันไข่จากฟาร์มที่เชื่อถือได้ หนึ่งขันไข่ใช้สำหรับบ่อขนาดข้างต้นได้ประมาณ 2 ถึง 3 ขัน
วางขันไข่ในบ่อ พรมน้ำให้ชื้นแต่ไม่แฉะ ประมาณ 7 ถึง 10 วันไข่จะฟักเป็นตัวอ่อน
ช่วง 1 ถึง 10 วันแรกคือช่วงวิกฤต ตัวอ่อนเล็กมากและตายง่าย ให้อาหารบดละเอียดโรยบางๆ และให้น้ำแบบที่ตัวอ่อนไม่จม
วิธีให้น้ำที่ปลอดภัยสำหรับตัวอ่อน คือใช้ผ้าชุบน้ำวางบนจานตื้น หรือใช้ฟองน้ำชุบน้ำ ห้ามใส่ถ้วยน้ำลึกในช่วงนี้เด็ดขาด เพราะตัวอ่อนจะจมตายเป็นกอง หลังจาก 2 สัปดาห์ไปแล้วจึงเปลี่ยนเป็นถ้วยน้ำตื้นที่ใส่ก้อนหินหรือฟองน้ำไว้ให้เกาะได้
ช่วง 10 ถึง 40 วัน ให้อาหารวันละ 1 ถึง 2 ครั้ง สลับกับผักสด และเปลี่ยนน้ำทุกวัน
ประมาณวันที่ 40 ถึง 50 จิ้งหรีดจะเริ่มเป็นตัวเต็มวัยและมีปีก เก็บขายได้ในช่วงนี้ ถ้าปล่อยนานเกินไปตัวจะเริ่มแก่ เนื้อน้อยลง และเริ่มวางไข่
อาหารและน้ำ
- อาหารหลักใช้อาหารไก่เล็กหรืออาหารจิ้งหรีดสำเร็จรูป โปรตีนราว 20 เปอร์เซ็นต์
- เสริมด้วยผักสด เช่น ผักบุ้ง ใบมันสำปะหลัง ฟักทอง ตำลึง ให้เป็นของสด ไม่ให้ผักที่มียาฆ่าแมลง เพราะจิ้งหรีดจะตายยกบ่อ
- ผักที่เหลือค้างต้องเก็บออกทุกวัน อย่าปล่อยให้เน่าในบ่อ เพราะความชื้นจากผักเน่าคือสาเหตุหลักของเชื้อราและกลิ่น
- น้ำต้องสะอาด เปลี่ยนทุกวัน
ต้นทุนและผลตอบแทนโดยประมาณ
สำหรับบ่อขนาดที่กล่าวข้างต้นหนึ่งบ่อ
- ค่าทำบ่อและอุปกรณ์ ครั้งแรกประมาณ 1,500 ถึง 3,000 บาท ใช้ได้หลายรุ่น
- ค่าไข่จิ้งหรีดต่อรุ่น ประมาณ 150 ถึง 300 บาท
- ค่าอาหารต่อรุ่น ประมาณ 300 ถึง 600 บาท
- ผลผลิตต่อรุ่น ประมาณ 10 ถึง 20 กิโลกรัม ขึ้นกับความหนาแน่นและอัตรารอด
- ราคาขายสดหน้าฟาร์ม มักอยู่ในช่วงหลักสิบถึงร้อยต้นๆ ต่อกิโลกรัม ต่างกันตามพื้นที่และช่วงเวลา
ควรโทรถามราคารับซื้อในพื้นที่ก่อนลงทุน เพราะราคาต่างกันมากตามภูมิภาคและฤดูกาล
ช่องทางขาย
- พ่อค้าคนกลางที่รับซื้อถึงฟาร์ม เหมาะกับคนที่ไม่อยากยุ่งกับการขาย แต่ราคาต่ำสุด
- ตลาดสดและร้านอาหารในพื้นที่ ขายได้ราคาดีกว่า แต่ต้องส่งเอง
- ขายไข่จิ้งหรีดให้คนเลี้ยงรายใหม่ เป็นรายได้ที่หลายฟาร์มบอกว่าดีกว่าขายตัว
- แปรรูป เช่น จิ้งหรีดอบกรอบปรุงรส หรือผงโปรตีนจิ้งหรีด ราคาต่อหน่วยสูงขึ้นมาก แต่ต้องมีมาตรฐานการผลิตและการขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่เจอบ่อย
- ให้น้ำในถ้วยลึกตั้งแต่ตัวอ่อนยังเล็ก ทำให้ตายเป็นจำนวนมาก
- ลืมกันมด บ่อหายทั้งบ่อในคืนเดียว
- ปล่อยผักเน่าค้างในบ่อจนเกิดเชื้อราและกลิ่นเหม็น
- เลี้ยงหนาแน่นเกินไปโดยไม่เพิ่มชั้นแผงไข่ ทำให้จิ้งหรีดกัดกันเอง
- ตั้งบ่อกลางแดดหรือที่ร้อนอบ ทำให้ตายหมู่ในวันที่อากาศร้อนจัด
สรุป
จิ้งหรีดเป็นอาชีพเสริมที่ลงทุนต่ำ รอบสั้น และใช้พื้นที่น้อย เหมาะกับคนที่อยากเริ่มเกษตรแต่ไม่มีที่ดิน
หัวใจอยู่ที่สามเรื่อง กันมดให้ได้ ให้น้ำแบบตัวอ่อนไม่จม และเก็บของเน่าออกจากบ่อทุกวัน
แนะนำให้เริ่มจากบ่อเดียวก่อน ทำให้ครบหนึ่งรุ่นเพื่อดูอัตรารอดจริงและหาตลาดให้ได้ก่อน แล้วค่อยขยาย ดีกว่าลงทุนห้าบ่อพร้อมกันแล้วเจอปัญหาเดียวกันทั้งห้าบ่อ
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย