เปลือกผลไม้ที่เรากินแล้วทิ้งทุกวัน ทั้งเปลือกกล้วย เปลือกส้ม เปลือกสับปะรด และเศษผลไม้ต่างๆ จริงๆ แล้วนำมาทำน้ำหมักชีวภาพบำรุงต้นไม้ได้อย่างดี น้ำหมักชีวภาพเป็นปุ๋ยน้ำอินทรีย์ที่มีธาตุอาหารและจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ ช่วยให้ต้นไม้โตงาม ดินดีขึ้น และปลอดภัยกว่าปุ๋ยเคมี ที่สำคัญคือทำเองได้ง่ายมากด้วยของเหลือในครัว ช่วยประหยัดค่าปุ๋ยและลดขยะไปพร้อมกัน วันนี้เรามาดูวิธีทำน้ำหมักชีวภาพจากเปลือกผลไม้แบบละเอียด ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบไปจนถึงวิธีนำไปใช้กับต้นไม้กัน
น้ำหมักชีวภาพคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร
น้ำหมักชีวภาพคือของเหลวที่ได้จากการหมักเศษพืชผักผลไม้กับน้ำตาลและน้ำ โดยอาศัยจุลินทรีย์ธรรมชาติย่อยสลายจนได้สารที่มีประโยชน์ต่อพืช ประโยชน์ของน้ำหมักชีวภาพมีหลายอย่าง ทั้งเป็นปุ๋ยน้ำที่ให้ธาตุอาหารแก่ต้นไม้ ช่วยเร่งการเจริญเติบโต กระตุ้นการออกดอกออกผล ปรับปรุงดินให้มีจุลินทรีย์ดี และบางสูตรยังช่วยไล่แมลงได้ด้วย ที่สำคัญคือเป็นปุ๋ยอินทรีย์ที่ปลอดภัยต่อคนปลูกและคนกิน ทำให้เหมาะกับการปลูกผักปลอดสารพิษ การทำใช้เองยังช่วยลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้มาก เพราะใช้ของเหลือที่จะทิ้งอยู่แล้ว
เตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์
การทำน้ำหมักชีวภาพจากเปลือกผลไม้ใช้วัตถุดิบหลัก 3 อย่าง คือ เปลือกผลไม้หรือเศษผลไม้ น้ำตาลทรายแดงหรือกากน้ำตาล และน้ำสะอาด อัตราส่วนที่นิยมคือ เศษผลไม้ 3 ส่วน ต่อน้ำตาล 1 ส่วน ต่อน้ำ 10 ส่วน โดยประมาณ เปลือกผลไม้ที่เหมาะคือผลไม้หลากหลายชนิด โดยเฉพาะเปลือกกล้วย เปลือกสับปะรด และเศษผลไม้สุก ส่วนอุปกรณ์ใช้แค่ถังหรือขวดพลาสติกที่มีฝาปิด ควรเลือกภาชนะที่มีช่องว่างเหลือด้านบนเพราะระหว่างหมักจะมีแก๊ส การเตรียมวัตถุดิบสดสะอาดและอัตราส่วนที่พอเหมาะจะทำให้น้ำหมักมีคุณภาพดี
วิธีหมักและระยะเวลา
เริ่มจากหั่นเปลือกและเศษผลไม้เป็นชิ้นเล็กใส่ลงในถัง เติมน้ำตาลทรายแดงหรือกากน้ำตาลลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว แล้วเติมน้ำสะอาดตามอัตราส่วน คนให้เข้ากัน ปิดฝาแต่อย่าปิดสนิทแน่นเกินไปเพราะระหว่างหมักจะเกิดแก๊ส ต้องให้ระบายออกได้บ้าง วางถังไว้ในที่ร่ม อากาศถ่ายเท ไม่โดนแดด ในช่วงสัปดาห์แรกควรเปิดคนทุก 2 ถึง 3 วันเพื่อระบายแก๊สและช่วยการหมัก หมักทิ้งไว้ประมาณ 1 ถึง 3 เดือน น้ำหมักจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มและมีกลิ่นเปรี้ยวอมหวานคล้ายกลิ่นหมัก แสดงว่าใช้ได้แล้ว ถ้ามีกลิ่นเหม็นเน่าแสดงว่าหมักไม่สำเร็จ ต้องปรับสัดส่วนใหม่
วิธีนำน้ำหมักไปใช้กับต้นไม้
น้ำหมักชีวภาพที่ได้มีความเข้มข้นสูง ต้องนำไปเจือจางกับน้ำก่อนใช้เสมอ อัตราส่วนที่แนะนำคือน้ำหมัก 1 ส่วน ต่อน้ำประมาณ 200 ถึง 500 ส่วน หรือประมาณ 2 ถึง 3 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ถัง ใช้รดที่โคนต้นหรือฉีดพ่นที่ใบในช่วงเช้าหรือเย็น สัปดาห์ละ 1 ถึง 2 ครั้ง ห้ามใช้เข้มข้นเกินไปเพราะจะทำให้ต้นไม้เสียหายได้ น้ำหมักจะช่วยให้ต้นไม้ใบเขียว โตเร็ว และดินมีจุลินทรีย์ดี ควรเริ่มจากเจือจางมากๆ ก่อนแล้วสังเกตการตอบสนองของต้นไม้ การใช้อย่างสม่ำเสมอในปริมาณที่พอเหมาะจะเห็นผลว่าต้นไม้แข็งแรงและสมบูรณ์ขึ้น
สรุป
น้ำหมักชีวภาพจากเปลือกผลไม้เป็นปุ๋ยน้ำอินทรีย์ที่ทำเองได้ง่ายจากของเหลือในครัว ช่วยบำรุงต้นไม้ให้โตงาม ปรับปรุงดิน ประหยัดค่าปุ๋ย และปลอดภัยต่อคนปลูกคนกิน เพียงนำเปลือกผลไม้มาหมักกับน้ำตาลและน้ำในอัตราส่วนที่เหมาะสม วางในที่ร่ม หมั่นคนระบายแก๊ส หมักทิ้งไว้ 1 ถึง 3 เดือนก็ได้น้ำหมักพร้อมใช้ เวลานำไปใช้ต้องเจือจางกับน้ำเสมอและใช้สม่ำเสมอในปริมาณพอเหมาะ ลองเก็บเปลือกผลไม้ที่จะทิ้งมาทำน้ำหมักชีวภาพดูนะครับ เปลี่ยนของเหลือให้เป็นปุ๋ยชั้นดีบำรุงสวนของเราแบบประหยัดและรักษ์โลก
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย