เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินที่บ้าน สิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์มักไม่ใช่รถพยาบาลมาเร็วแค่ไหน แต่คือคนที่อยู่ตรงนั้นทำอะไรในไม่กี่นาทีแรก
นี่คือความรู้พื้นฐานที่ทุกบ้านควรมี ไม่ได้ทดแทนการอบรมของจริง แต่ดีกว่าไม่รู้อะไรเลยมาก
สิ่งที่ต้องทำก่อนเสมอ
1. ดูความปลอดภัยของตัวเองก่อน ถ้ามีไฟฟ้า แก๊ส หรือรถบนถนน อย่าเข้าไปจนกว่าจะปลอดภัย ผู้ช่วยเหลือที่บาดเจ็บเพิ่มคือปัญหาซ้อนปัญหา
2. เรียก 1669 สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน ฟรีทั่วประเทศ บอกตำแหน่งให้ชัด อาการ และเบอร์ติดต่อกลับ อย่าวางสายก่อนเจ้าหน้าที่บอกให้วาง
3. ถ้ามีคนอื่นอยู่ด้วย ให้ชี้ตัวสั่งงานเจาะจง เช่น "คุณเสื้อฟ้า โทร 1669" การพูดลอยๆ ว่าใครก็ได้ช่วยโทรที มักไม่มีใครทำ
หัวใจหยุดเต้น การทำ CPR
สังเกตว่าเรียกไม่ตอบสนอง และไม่หายใจหรือหายใจเฮือกผิดปกติ ให้ถือว่าหัวใจหยุดเต้น
- จับผู้ป่วยนอนหงายบนพื้นแข็ง
- วางส้นมือข้างหนึ่งกลางหน้าอกบริเวณกึ่งกลางกระดูกอก มืออีกข้างประสานทับ
- กดลึกประมาณ 5 ถึง 6 เซนติเมตรสำหรับผู้ใหญ่ ปล่อยให้หน้าอกคืนตัวเต็มที่ทุกครั้ง
- กดเร็ว 100 ถึง 120 ครั้งต่อนาที จังหวะประมาณเพลงที่คนสอนมักใช้อ้างอิงคือเร็วกว่าวินาทีละครั้งเล็กน้อย
- ถ้าไม่เคยอบรมมาก่อน ให้กดอย่างเดียวไม่ต้องเป่าปาก การกดต่อเนื่องสำคัญกว่า
- ทำต่อไปจนกว่าทีมกู้ชีพจะมาถึง หรือผู้ป่วยขยับ
ถ้ามีเครื่อง AED ในอาคาร ให้คนอื่นไปเอามาทันที เครื่องจะพูดบอกขั้นตอนเองทุกอย่าง ติดแผ่นตามรูป แล้วทำตามเสียง ห้ามแตะตัวผู้ป่วยตอนเครื่องวิเคราะห์และตอนช็อก
สำลักอาหารจนพูดไม่ออก
สังเกตอาการคือมือกุมคอ ไอไม่มีเสียง พูดไม่ได้ หน้าเริ่มเขียว
- ถ้ายังไอมีเสียงดังอยู่ ให้กระตุ้นให้ไอต่อ อย่าเพิ่งไปทำอะไร
- ถ้าไอไม่ออกเสียง ให้ยืนด้านหลัง โอบเอว กำมือข้างหนึ่งวางเหนือสะดือใต้ลิ้นปี่ มืออีกข้างจับทับ แล้วกระตุกเข้าหาตัวและขึ้นบนแรงๆ ทำซ้ำจนสิ่งอุดตันหลุด
- เด็กเล็กต่ำกว่า 1 ขวบ ห้ามทำแบบนี้ ให้คว่ำหน้าบนแขน หัวต่ำกว่าลำตัว ตบกลางหลังระหว่างสะบัก 5 ครั้ง สลับกับพลิกหงายแล้วกดหน้าอก 5 ครั้ง
- ถ้าหมดสติให้เริ่ม CPR ทันที
แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
- เปิดน้ำสะอาดอุณหภูมิห้องไหลผ่านแผล 20 นาที ข้อนี้สำคัญที่สุดและคนมักทำสั้นเกินไป
- ถอดแหวน นาฬิกา เครื่องประดับออกก่อนบวม
- ปิดแผลด้วยผ้าสะอาดหรือพลาสติกแรปสะอาด
- ห้ามใส่ยาสีฟัน น้ำปลา ยาหม่อง น้ำมัน หรือว่านหางจระเข้สดลงบนแผลใหม่ ทั้งหมดนี้เพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อและทำให้หมอประเมินแผลยากขึ้น
- ห้ามใช้น้ำแข็งประคบตรงแผล เพราะทำให้เนื้อเยื่อเสียหายเพิ่ม
- ห้ามเจาะตุ่มพองเอง
- ไปโรงพยาบาลถ้าแผลกว้างกว่าฝ่ามือผู้บาดเจ็บ อยู่ที่หน้า มือ เท้า ข้อพับ อวัยวะเพศ หรือเป็นแผลลึกจนสีขาวซีดและไม่เจ็บ
เลือดออกมาก
- กดแผลตรงๆ ด้วยผ้าสะอาดแรงและต่อเนื่อง อย่าเปิดดูบ่อย
- ถ้าผ้าชุ่ม ให้วางผ้าใหม่ทับ ไม่ต้องเอาผืนเดิมออก
- ยกส่วนที่บาดเจ็บให้สูงกว่าระดับหัวใจถ้าทำได้
- ห้ามใช้สายรัดห้ามเลือดถ้าไม่เคยฝึกมา เพราะรัดผิดวิธีทำให้เสียอวัยวะ
- ถ้ามีของปักคาอยู่ ห้ามดึงออก ให้ใช้ผ้าประคองรอบๆ ไว้แล้วรีบไปโรงพยาบาล
เป็นลม หมดสติชั่วคราว
- ให้นอนราบ ยกขาสูงประมาณ 30 เซนติเมตร
- คลายเสื้อผ้าที่รัดแน่น ให้มีอากาศถ่ายเท
- ห้ามกรอกน้ำหรือยาใส่ปากคนที่ยังไม่รู้ตัวเต็มที่ เสี่ยงสำลักลงปอด
- ถ้าไม่ฟื้นภายในหนึ่งนาที ให้โทร 1669 และเช็คการหายใจ
ชัก
- อย่าจับยึดตัวผู้ป่วยไว้
- ห้ามเอาช้อน นิ้ว หรือของแข็งใส่ปากเด็ดขาด เป็นความเชื่อเก่าที่ทำให้ฟันหักและอุดทางเดินหายใจ คนชักไม่กัดลิ้นตัวเองจนขาด
- เอาของแข็งรอบตัวออก รองศีรษะด้วยของนุ่ม
- จับเวลา ถ้าชักนานเกิน 5 นาที หรือชักซ้ำโดยไม่ฟื้น ให้โทร 1669
- เมื่อหยุดชักให้จัดท่านอนตะแคง เพื่อให้น้ำลายไหลออกได้
ของที่ควรมีในบ้าน
- ผ้าก๊อซ ผ้าพันแผล พลาสเตอร์หลายขนาด
- น้ำเกลือล้างแผล
- ถุงมือยางแบบใช้ครั้งเดียว
- กรรไกร เทปแต่งแผล
- ยาสามัญประจำบ้าน และรายชื่อยาที่คนในบ้านแพ้
- เบอร์ฉุกเฉินติดไว้ที่ตู้เย็น 1669 การแพทย์ฉุกเฉิน 199 ไฟไหม้ 191 ตำรวจ
สรุป
ความรู้ปฐมพยาบาลที่ใช้ได้จริงไม่ได้ซับซ้อน แต่ต้องรู้ล่วงหน้า เพราะไม่มีใครมีเวลาเปิดหาข้อมูลตอนคนตรงหน้าหยุดหายใจ สิ่งที่ควรทำต่อจากอ่านบทความนี้คือหาอบรม CPR ของจริงสักครั้ง โรงพยาบาลรัฐและมูลนิธิหลายแห่งจัดฟรี ใช้เวลาแค่ครึ่งวัน แล้วคุณจะกล้าลงมือจริงตอนที่จำเป็น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย