ภาพเพนกวินคาบก้อนหินไปวางหน้าตัวเมียถูกแชร์ว่าเป็นการขอแต่งงานที่น่ารักที่สุดในโลกสัตว์ เรื่องนี้จริง แต่เหตุผลเบื้องหลังเป็นเรื่องการเอาตัวรอด และมีด้านที่ไม่สวยด้วย
ก้อนหินไม่ใช่ของขวัญ มันคือวัสดุก่อสร้าง
เพนกวินอาเดลีทำรังบนพื้นหินในแอนตาร์กติกา ปัญหาคือช่วงที่มันวางไข่คือฤดูร้อนของขั้วโลกใต้ ซึ่งหิมะเริ่มละลาย
ถ้าวางไข่ลงบนพื้นตรงๆ ไข่จะแช่อยู่ในน้ำเย็นจัดและตายจากการที่ตัวอ่อนเย็นเกินไป การกองก้อนหินขึ้นเป็นแท่นสูงจากพื้นไม่กี่เซนติเมตรจึงเป็นเรื่องความเป็นความตายของลูก
ในพื้นที่ที่มีเพนกวินหลายแสนตัวทำรังพร้อมกัน ก้อนหินขนาดพอดีกลายเป็นทรัพยากรที่ขาดแคลนจริงๆ ตัวผู้ที่หาก้อนหินมาได้มากคือตัวผู้ที่พิสูจน์ว่าหาทรัพยากรเก่ง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตัวเมียใช้เลือกคู่ได้อย่างมีเหตุผล
การขโมยเป็นเรื่องปกติ
นักวิจัยที่สังเกตอาณานิคมเพนกวินอาเดลีบันทึกการขโมยก้อนหินไว้จำนวนมาก เพนกวินที่เจ้าของรังเผลอหรือออกไปหาอาหาร จะถูกเพื่อนบ้านคาบก้อนหินไปเรื่อยๆ
บางตัวใช้กลยุทธ์เดินเข้าไปแบบไม่รีบ ทำท่าเหมือนผ่านมา แล้วคาบไปทีละก้อน ผลคือรังของเพนกวินในอาณานิคมมีก้อนหินหมุนเวียนเปลี่ยนเจ้าของตลอดฤดู และการทะเลาะกันเรื่องหินเป็นสาเหตุความขัดแย้งที่พบมากที่สุด
ด้านที่ไม่ค่อยมีใครเล่า
ปี 1998 Fiona Hunter และ Lloyd Davis ตีพิมพ์งานสังเกตพฤติกรรมเพนกวินอาเดลีในวารสาร The Auk ซึ่งพบพฤติกรรมที่นักวิจัยเรียกว่าการแลกเปลี่ยน
ตัวเมียบางตัวที่มีคู่อยู่แล้ว เข้าไปหาตัวผู้โสดที่มีกองหินสวย แสดงท่าทางยอมให้ผสมพันธุ์ แล้วคาบก้อนหินกลับไปที่รังของตัวเอง บางตัวถึงกับใช้ท่าทางเกี้ยวพาราสีแล้วคาบหินหนีไปเลยโดยไม่ให้อะไรเลย
การตีความว่านี่คือ "การค้าบริการ" เป็นการใช้กรอบของมนุษย์กับสัตว์ ซึ่งนักชีววิทยาหลายคนไม่เห็นด้วย แต่ข้อเท็จจริงที่บันทึกได้คือ ก้อนหินมีมูลค่าสูงพอที่จะเกิดพฤติกรรมซับซ้อนรอบตัวมัน
เรื่องนี้ยังมีเกร็ดประวัติศาสตร์ด้วย George Murray Levick ที่ร่วมคณะสำรวจของกัปตันสก็อตต์เมื่อปี 1911-1912 บันทึกพฤติกรรมทางเพศของเพนกวินอาเดลีไว้ละเอียด แต่รายงานส่วนนั้นถูกกันไม่ให้ตีพิมพ์เพราะถือว่าไม่เหมาะสมในยุคนั้น และถูกนำมาเผยแพร่จริงในปี 2012 หลังจากผ่านไปหนึ่งศตวรรษ
ไม่ใช่เพนกวินทุกชนิดที่ใช้หิน
เพนกวินจักรพรรดิซึ่งเป็นชนิดที่ตัวใหญ่ที่สุดไม่ทำรังเลย มันวางไข่แล้วให้ตัวผู้อุ้มไข่ไว้บนหลังเท้าใต้พังผืนหน้าท้อง ยืนกกไข่กลางพายุหิมะราวสองเดือนโดยไม่กินอะไร ขณะที่ตัวเมียเดินทางไปหาอาหารในทะเล
เหตุผลคือเพนกวินจักรพรรดิผสมพันธุ์ในฤดูหนาวบนพื้นน้ำแข็งซึ่งไม่มีหินให้ใช้ตั้งแต่แรก ธรรมชาติจึงหาทางแก้ปัญหาเดียวกันด้วยวิธีที่ต่างกันคนละขั้ว
เรื่องความซื่อสัตย์
เพนกวินอาเดลีมักจับคู่กับตัวเดิมในฤดูถัดไปถ้าทั้งคู่กลับมาถึงจุดทำรังในเวลาใกล้กัน แต่ถ้าอีกฝ่ายมาช้า มันจะไม่รอนานเพราะฤดูสั้นและช้าไปหมายถึงลูกไม่โตทันฤดูหนาว
พูดให้ถูกคือเพนกวินไม่ได้ซื่อสัตย์เพราะโรแมนติก มันซื่อสัตย์เท่าที่ตารางเวลาของธรรมชาติอนุญาต
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย