คำถามที่คนขายของออนไลน์ถามกันมากที่สุดคือ ขายไม่เยอะต้องเสียภาษีไหม คำตอบสั้นๆ คือรายได้ทุกบาทที่เกิดขึ้นในประเทศไทยอยู่ในระบบภาษีทั้งหมด แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องจ่าย เพราะมีเกณฑ์และค่าลดหย่อนอยู่
บทความนี้อธิบายแบบคนไม่ได้เรียนบัญชี ว่าต้องรู้อะไรบ้าง
รายได้จากการขายของออนไลน์นับเป็นภาษีแบบไหน
รายได้จากการซื้อมาขายไปจัดเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 ตามประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับการทำธุรกิจ ต่างจากเงินเดือนที่เป็นประเภทที่ 1
ความต่างสำคัญคือ เงินได้ประเภทที่ 8 หักค่าใช้จ่ายได้เยอะกว่ามาก เพราะกฎหมายเข้าใจว่าคุณมีต้นทุนสินค้า
ต้องยื่นเมื่อไหร่
เกณฑ์ที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่ใช่เกณฑ์ที่ต้องจ่ายภาษี สองอย่างนี้คนละเรื่องกัน
- คนโสดที่มีเงินได้ประเภทอื่นนอกจากเงินเดือน เกิน 60,000 บาทต่อปี ต้องยื่น
- คนมีคู่สมรส เกณฑ์รวมสูงกว่านั้น
- ถ้ามีเงินเดือนด้วย ต้องเอารายได้ทั้งสองทางมารวมกันแล้วยื่นครั้งเดียว
ยื่นแล้วอาจไม่ต้องจ่ายเลยก็ได้ ถ้าหักค่าใช้จ่ายและลดหย่อนแล้วเงินได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท เพราะช่วงนั้นอัตราภาษีเป็นศูนย์
คนขายของออนไลน์ที่มีรายได้ตลอดปี ยังต้องยื่นแบบครึ่งปี ภ.ง.ด.94 ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน สำหรับรายได้ครึ่งปีแรกด้วย แล้วค่อยยื่นแบบเต็มปี ภ.ง.ด.90 ในช่วงมกราคมถึงมีนาคมของปีถัดไป
หักค่าใช้จ่ายได้สองแบบ เลือกได้
แบบเหมา
หักได้ 60 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทันที ไม่ต้องมีเอกสารอะไรเลย เหมาะกับคนที่กำไรดี ต้นทุนต่ำ หรือขี้เกียจเก็บบิล
แบบตามจริง
หักได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ต้องมีใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หลักฐานการโอน เก็บครบทุกใบ เหมาะกับคนที่ต้นทุนสูงกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ เช่น ขายของที่กำไรบาง หรือมีค่าโฆษณาเยอะ
ตัวอย่างให้เห็นภาพ ขายได้ทั้งปี 1,000,000 บาท
- แบบเหมา หักได้ 600,000 เหลือเงินได้ 400,000
- แบบตามจริง ถ้าต้นทุนสินค้ากับค่าโฆษณารวม 750,000 หักได้ 750,000 เหลือ 250,000
กรณีนี้แบบตามจริงประหยัดกว่าชัดเจน แต่ต้องแลกกับการเก็บเอกสารทั้งปี
ค่าใช้จ่ายที่หักได้ตามจริง เช่น ต้นทุนสินค้า ค่าส่ง ค่ากล่องและบรรจุภัณฑ์ ค่าโฆษณาบนแพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมร้านค้า ค่าจ้างพนักงาน ค่าเช่าโกดัง
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย