คนไทยจำนวนมากซื้อสลากออมทรัพย์เพราะเหตุผลเดียว คือ ถูกรางวัลก็ดี ไม่ถูกก็ไม่เสียเงินต้น ฟังดูเหมือนได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง แต่ความจริงมีต้นทุนซ่อนอยู่ที่หลายคนมองไม่เห็น
บทความนี้จะอธิบายว่าสลากออมทรัพย์ทำงานยังไง ต่างจากเงินฝากปกติตรงไหน และเปรียบเทียบสองเจ้าใหญ่ที่คนไทยซื้อกันมากที่สุด
สลากออมทรัพย์คืออะไร
สลากออมทรัพย์คือ เงินฝากรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่หวย ไม่ใช่การลงทุน
เมื่อซื้อสลาก เท่ากับฝากเงินไว้กับธนาคารตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 2 ปี หรือ 3 ปี ระหว่างนั้นสลากแต่ละใบมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลตามงวดที่ธนาคารออก เมื่อครบกำหนด ธนาคารคืนเงินต้นเต็มจำนวนพร้อมดอกเบี้ยเล็กน้อย
จุดสำคัญคือ เงินต้นไม่หาย และสลากได้รับความคุ้มครองในฐานะเงินฝากเช่นเดียวกับบัญชีธนาคารทั่วไป
แล้วต้นทุนที่ซ่อนอยู่คืออะไร
คือดอกเบี้ยที่หายไป
ถ้าฝากประจำได้ดอกเบี้ยประมาณ 1.5 ถึง 2 เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่สลากออมทรัพย์ให้ดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดประมาณ 0.2 ถึง 0.7 เปอร์เซ็นต์ต่อปีเท่านั้น ส่วนต่างตรงนี้คือเงินที่ธนาคารเอาไปทำเป็นเงินรางวัล
พูดง่ายๆ คือ ผู้ฝากทุกคนช่วยกันลงขันดอกเบี้ยของตัวเอง แล้วเอามาจ่ายเป็นรางวัลก้อนใหญ่ให้คนไม่กี่คน
ถ้าฝากสลาก 100,000 บาทเป็นเวลา 2 ปี ดอกเบี้ยที่เสียโอกาสไปเทียบกับฝากประจำ อยู่ราวสองถึงสามพันบาท นั่นคือค่าตั๋วลุ้นรางวัลของคุณ
เทียบสลากออมสินกับสลาก ธ.ก.ส.
จุดที่เหมือนกัน
- เงินต้นไม่หาย รับคืนเต็มจำนวนเมื่อครบกำหนด
- ลุ้นรางวัลทุกงวดตลอดอายุสลาก
- เงินรางวัลของบุคคลธรรมดาไม่ต้องเสียภาษี
- ถอนก่อนกำหนดได้ แต่จะเสียสิทธิ์ดอกเบี้ยบางส่วน และถ้าถอนเร็วมากอาจได้คืนน้อยกว่าที่ฝาก
จุดที่ต่างกัน
- ธนาคารออมสิน เน้นสลากหน่วยละหลักสิบถึงหลักร้อยบาท ซื้อง่าย เหมาะกับคนออมทีละน้อย มีสาขาและช่องทางแอปครอบคลุมทั่วประเทศ
- ธ.ก.ส. มักออกรุ่นที่หน่วยละหลักร้อยขึ้นไป และหลายรุ่นเน้นเงินรางวัลก้อนใหญ่ต่อหน่วย เหมาะกับคนที่ฝากเงินก้อน
- เงื่อนไขดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดและโครงสร้างรางวัลต่างกันทุกรุ่น ต้องดูเป็นรุ่นๆ ไป ไม่มีคำตอบตายตัวว่าเจ้าไหนดีกว่า
ข้อแนะนำที่ใช้ได้จริงคือ ก่อนซื้อให้ถามพนักงานสามคำถาม หนึ่ง ดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนดเท่าไหร่ต่อปี สอง ถอนก่อนกำหนดได้เงินคืนเท่าไหร่ สาม เงินรางวัลรวมต่องวดคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของเงินฝากทั้งกอง
โอกาสถูกรางวัลจริงๆ เท่าไหร่
ต้องเข้าใจตรงกันว่าโอกาสถูกรางวัลใหญ่นั้นต่ำมาก ระดับหนึ่งในหลายล้านหน่วย ส่วนรางวัลเล็กที่คนถูกบ่อยคือรางวัลท้ายเลข ซึ่งมูลค่าน้อยและมักไม่พอชดเชยดอกเบี้ยที่เสียไป
ถ้าคำนวณแบบเฉลี่ยระยะยาว ผู้ฝากสลากส่วนใหญ่จะได้ผลตอบแทนรวมน้อยกว่าฝากประจำ นี่คือความจริงทางคณิตศาสตร์ที่ต้องยอมรับก่อนซื้อ
แล้วใครควรซื้อสลากออมทรัพย์
เหมาะกับคนกลุ่มนี้
- คนที่เก็บเงินไม่อยู่ เพราะสลากบังคับให้เงินถูกล็อกไว้ ถอนแล้วเสียดาย จึงช่วยสร้างวินัยได้จริง
- คนที่ชอบซื้อหวยเป็นประจำ เพราะย้ายจากหวยมาซื้อสลากคือการอัปเกรดที่ชัดเจน หวยเสียเงินต้นทั้งหมด สลากไม่เสีย
- คนที่มีเงินเย็นที่ไม่ได้ใช้ใน 2 ถึง 3 ปี และรับได้ว่าผลตอบแทนจะต่ำกว่าฝากประจำเล็กน้อย
ไม่เหมาะกับคนกลุ่มนี้
- คนที่ยังไม่มีเงินสำรองฉุกเฉิน ควรเก็บเงินสำรอง 3 ถึง 6 เดือนในบัญชีที่ถอนได้ทันทีก่อน
- คนที่ยังมีหนี้บัตรเครดิตหรือหนี้ดอกเบี้ยสูง โปะหนี้ที่ดอกเบี้ย 16 เปอร์เซ็นต์ คือผลตอบแทนที่แน่นอนกว่าลุ้นรางวัลมาก
- คนที่ต้องการให้เงินโตจริงจังระยะยาว ควรดูกองทุนรวมหรือการลงทุนที่เหมาะกับความเสี่ยงของตัวเองแทน
สรุป
สลากออมทรัพย์คือเงินฝากที่แลกดอกเบี้ยส่วนหนึ่งไปเป็นสิทธิ์ลุ้นรางวัล ไม่ใช่ของฟรี และไม่ใช่การลงทุน
ถ้าซื้อเพราะมันช่วยให้เก็บเงินอยู่ นั่นคือเหตุผลที่ดี เพราะประโยชน์ที่แท้จริงคือวินัย ไม่ใช่รางวัล
แต่ถ้าซื้อเพราะหวังรวยจากรางวัลใหญ่ ตัวเลขบอกว่าโอกาสน้อยมาก และควรมองว่าเงินส่วนต่างดอกเบี้ยที่เสียไปคือค่าความบันเทิง ไม่ใช่การลงทุนที่จะได้คืน
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย