เรื่องนี้ถูกเล่าในหนังสือพัฒนาตัวเองแทบทุกเล่ม และมันน่าสนใจทั้งในฐานะงานวิจัยและในฐานะบทเรียนว่าเราควรเชื่อผลวิจัยแค่ไหน
งานที่ทำให้เรื่องนี้ดัง
ปี 2011 Shai Danziger, Jonathan Levav และ Liora Avnaim-Pesso ตีพิมพ์ในวารสาร PNAS โดยวิเคราะห์คำตัดสินทัณฑ์บนกว่า 1,100 คดีในอิสราเอล
ผลที่พบคือ อัตราการอนุมัติอยู่ราว 65% ในคดีแรกๆ ของแต่ละรอบพิจารณา แล้วค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ จนเกือบเป็นศูนย์ก่อนช่วงพักกินอาหาร และเมื่อกลับมาหลังพัก อัตราก็เด้งกลับขึ้นไปที่ราว 65% อีกครั้ง
คำอธิบายที่ผู้วิจัยเสนอคือความเหนื่อยจากการตัดสินใจ หรือ decision fatigue คือเมื่อสมองตัดสินใจเรื่องยากติดกันหลายครั้ง มันจะเลือกทางที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดไว้ก่อน ซึ่งในกรณีนี้คือ "ไม่อนุมัติ"
แล้วก็ถูกโต้แย้งอย่างหนัก
ปีเดียวกัน Keren Weinshall-Margel และ John Shapard ตีพิมพ์ข้อโต้แย้งในวารสารเดียวกัน โดยชี้ว่าลำดับคดีในศาลนั้นไม่ได้สุ่ม
ในระบบจริง คดีที่มีทนายมาด้วยมักถูกจัดให้พิจารณาก่อน และคดีที่มีทนายมีโอกาสได้รับอนุมัติสูงกว่าอยู่แล้ว นอกจากนี้เจ้าหน้าที่มักจัดกลุ่มคดีของเรือนจำเดียวกันไว้ต่อกัน ทำให้ตัวแปรอื่นเข้ามาปน
ปี 2016 Andreas Glöckner ตีพิมพ์การวิเคราะห์ในวารสาร Judgment and Decision Making โดยแสดงว่าถ้าลำดับคดีไม่สุ่มแม้เพียงเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะสร้างรูปแบบที่เห็นได้โดยไม่ต้องมีเรื่องความหิวเลย และขนาดของผลที่รายงานนั้นใหญ่เกินกว่าที่กลไกทางจิตวิทยาจะอธิบายได้ตามความรู้ปัจจุบัน
จนถึงวันนี้เรื่องนี้ยังไม่มีข้อสรุปเด็ดขาด และควรถูกเล่าในฐานะงานที่น่าสนใจแต่ยังไม่ยืนยัน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ตกลงกันแล้ว
แนวคิด ego depletion ที่รองรับเรื่องนี้ก็สั่นคลอนด้วย
ทฤษฎีที่ว่าความมีวินัยเป็นเหมือนถังพลังงานที่ใช้แล้วหมด มาจากงานของ Baumeister ในทศวรรษ 1990 และถูกใช้อธิบายเรื่องนี้กันมาก
แต่ปี 2016 มีการทำซ้ำขนาดใหญ่แบบหลายห้องปฏิบัติการที่นำโดย Hagger และคณะ ซึ่งไม่พบผลตามที่คาด และเป็นหนึ่งในกรณีที่โดดเด่นของวิกฤตการทำซ้ำในวงการจิตวิทยา
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย