Confirmation Bias หรืออคติยืนยันความเชื่อ คือแนวโน้มที่เราจะหา จำ และให้น้ำหนักกับข้อมูลที่สนับสนุนสิ่งที่เราเชื่ออยู่แล้ว และมองข้ามข้อมูลที่ขัดแย้ง
การทดลอง 2-4-6 ที่คลาสสิกที่สุด
ปี 1960 Peter Wason นักจิตวิทยาชาวอังกฤษออกแบบการทดลองง่ายๆ
เขาบอกผู้เข้าร่วมว่า ชุดเลข 2-4-6 เป็นไปตามกฎที่เขาคิดไว้ในใจ หน้าที่ของผู้เข้าร่วมคือเดาว่ากฎนั้นคืออะไร โดยเสนอชุดเลขอื่นมาทดสอบได้ไม่จำกัด แล้วเขาจะตอบแค่ว่า "ตรงกฎ" หรือ "ไม่ตรงกฎ"
คนส่วนใหญ่คิดทันทีว่ากฎคือ "เลขเพิ่มขึ้นทีละ 2" แล้วก็ทดสอบด้วย 8-10-12 ได้คำตอบว่าตรงกฎ ทดสอบ 20-22-24 ตรงกฎอีก ทดสอบ 100-102-104 ตรงกฎอีก แล้วก็ประกาศคำตอบอย่างมั่นใจ
แต่คำตอบนั้นผิด กฎจริงของ Wason คือ **"เลขสามตัวที่เรียงจากน้อยไปมาก"** เท่านั้น
จุดสำคัญคือ ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ไม่เคยลองเสนอชุดที่ตัวเองคิดว่าจะ **ไม่** ตรงกฎเลย เช่น 1-2-3 หรือ 5-100-1000 ซึ่งถ้าลองก็จะรู้ทันทีว่าสมมติฐานตัวเองแคบเกินไป มีผู้เข้าร่วมเพียงส่วนน้อยที่หาคำตอบถูกในครั้งแรก
นี่คือหัวใจของ Confirmation Bias เราออกไปหาหลักฐานที่ทำให้เราถูก ไม่ใช่หลักฐานที่จะทำให้เรารู้ว่าเราผิด
ข้อมูลเดียวกันแต่ทำให้คนแตกกันมากขึ้น
ปี 1979 ทีมของ Charles Lord ที่สแตนฟอร์ดทำการทดลองที่ผลออกมาน่ากังวล
เขาคัดผู้เข้าร่วมสองกลุ่ม กลุ่มที่สนับสนุนโทษประหารและกลุ่มที่ต่อต้าน แล้วให้ทั้งสองกลุ่มอ่านงานวิจัยสองชิ้นเหมือนกันทุกคน ชิ้นหนึ่งสรุปว่าโทษประหารช่วยลดอาชญากรรม อีกชิ้นสรุปว่าไม่ช่วย
ผลคือทั้งสองกลุ่มอ่านงานที่ตรงกับความเชื่อตัวเองแล้วบอกว่า "วิจัยดี น่าเชื่อถือ" และอ่านงานที่ขัดแล้วบอกว่า "วิธีวิจัยมีปัญหา กลุ่มตัวอย่างน่าสงสัย"
ผลลัพธ์สุดท้ายคือ หลังอ่านข้อมูลชุดเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายเชื่อในจุดยืนเดิมของตัวเอง **มากกว่า** ก่อนอ่าน คือข้อมูลที่สมดุลกลับทำให้แตกกันมากขึ้น ไม่ใช่ใกล้กันขึ้น
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย