ถ้าเคยเห็นมดเดินขึ้นลงต้นไม้ที่มีเพลี้ยเกาะเต็มยอด นั่นไม่ใช่มดมากินเพลี้ย แต่คือมดมาดูแล "ฝูงสัตว์เลี้ยง" ของมัน
น้ำหวานที่เรียกว่าฮันนีดิว
เพลี้ยอ่อนดูดน้ำเลี้ยงจากท่อลำเลียงอาหารของพืช ซึ่งมีน้ำตาลสูงมากแต่โปรตีนต่ำ มันจึงต้องดูดปริมาณมากเพื่อให้ได้โปรตีนพอ แล้วขับน้ำตาลส่วนเกินออกมาเป็นของเหลวหวานเรียกว่าฮันนีดิว (honeydew)
สำหรับมด ของเหลวนี้คืออาหารพลังงานสูงที่หาได้สม่ำเสมอ มดจะใช้หนวดสะกิดที่ท้องเพลี้ยเบาๆ เป็นจังหวะ เพลี้ยก็ปล่อยหยดน้ำหวานออกมาให้ ภาพนี้ตรงกับคำว่า "รีดนม" อย่างน่าประหลาด
มดทำหน้าที่คนเลี้ยงสัตว์เต็มรูปแบบ
- เฝ้ายาม — ไล่หรือฆ่าตัวห้ำอย่างเต่าทองและตัวอ่อนแมลงช้างที่มากินเพลี้ย
- ย้ายฝูง — คาบเพลี้ยไปวางที่ยอดอ่อนที่มีน้ำเลี้ยงดีกว่า
- เก็บรักษาสายพันธุ์ — มดบางชนิดขนไข่เพลี้ยลงไปเก็บในรังตลอดฤดูหนาว แล้วเอากลับขึ้นต้นในฤดูใบไม้ผลิ
- รักษาความสะอาด — เก็บฮันนีดิวส่วนเกินไม่ให้ราดำขึ้นจนฝูงตาย
ด้านที่โหดของความสัมพันธ์นี้
ไม่ใช่การอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมเสมอไป มดบางชนิดกัดปีกเพลี้ยที่กำลังจะบินหนี หรือปล่อยสารเคมีจากเท้าที่ทำให้เพลี้ยเดินช้าลงและไม่อยากบิน เพื่อกันฝูงหาย
และถ้าฝูงหนาแน่นเกินไป มดก็จับเพลี้ยบางตัวกินเป็นโปรตีนเสียเลย เหมือนคนเลี้ยงสัตว์ที่คัดตัวออก
เรื่องนี้สำคัญกับคนปลูกต้นไม้
ถ้าปลูกพืชผักแล้วเจอเพลี้ยระบาดไม่หาย ให้สังเกตว่ามีมดขึ้นลงต้นด้วยหรือเปล่า เพราะมดจะไล่ตัวห้ำตามธรรมชาติออกไปหมด ทำให้เพลี้ยเพิ่มเร็วกว่าปกติหลายเท่า
วิธีจัดการที่ตรงจุดคือตัดทางเดินของมดก่อน เช่น พันเทปกาวรอบโคนต้น หรือทาวาสลีนเป็นแถบกันมดไต่ แล้วปล่อยให้เต่าทองกับแมลงช้างทำงานของมัน มักได้ผลดีกว่าฉีดยาไล่เพลี้ยซ้ำๆ
จุดที่คนมักตกใจ
พฤติกรรมเลี้ยงเพลี้ยของมดมีหลักฐานจากซากดึกดำบรรพ์ในอำพันย้อนไปหลายสิบล้านปี นานก่อนที่มนุษย์จะเริ่มเลี้ยงวัวเมื่อราวหนึ่งหมื่นปีก่อน แนวคิดปศุสัตว์จึงไม่ใช่ของใหม่ที่เราคิดขึ้นเอง
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย