ถ้าตักสสารจากดาวนิวตรอนมาหนึ่งช้อนชา น้ำหนักจะราว 5-6 พันล้านตัน มากกว่ามวลรวมของมนุษย์ทุกคนบนโลก นี่คือวัตถุที่หนาแน่นที่สุดที่เราสังเกตได้จริง รองจากหลุมดำเท่านั้น
มันเกิดขึ้นได้อย่างไร
ดาวที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ราว 8-20 เท่า เมื่อเชื้อเพลิงนิวเคลียร์หมด แรงดันจากปฏิกิริยาที่ต้านแรงโน้มถ่วงไว้ก็หายไป แกนกลางยุบตัวลงในเวลาไม่ถึงหนึ่งวินาที ส่วนนอกระเบิดออกเป็นซูเปอร์โนวา
แรงยุบตัวนั้นมหาศาลถึงขั้นอัดอิเล็กตรอนกับโปรตอนให้รวมกันเป็นนิวตรอน สิ่งที่เหลืออยู่จึงเป็นลูกกลมของนิวตรอนอัดแน่น มีมวลราว 1.4 เท่าของดวงอาทิตย์ แต่เส้นผ่านศูนย์กลางเพียงราว 20 กิโลเมตร เทียบได้กับอัดดวงอาทิตย์ทั้งดวงลงในเมืองหนึ่งเมือง
ความแรงที่จินตนาการยาก
- แรงโน้มถ่วงที่ผิวสูงกว่าโลกราวสองแสนล้านเท่า ของที่ตกจากความสูง 1 เมตรจะกระทบผิวด้วยความเร็วหลายพันกิโลเมตรต่อวินาที
- หมุนเร็วมาก บางดวงหมุนรอบตัวเองหลายร้อยรอบต่อวินาที ดวงที่เร็วที่สุดที่พบคือ PSR J1748-2446ad หมุนราว 716 รอบต่อวินาที ผิวของมันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเกือบหนึ่งในสี่ของความเร็วแสง
- สนามแม่เหล็กของบางดวง (เรียกว่าแมกนีตาร์) แรงกว่าสนามแม่เหล็กโลกเป็นล้านล้านเท่า แรงพอลบข้อมูลในบัตรเครดิตจากระยะครึ่งทางไปดวงจันทร์
- พื้นผิวเรียบมาก "ภูเขา" สูงที่สุดบนดาวนิวตรอนอาจสูงแค่ระดับมิลลิเมตร เพราะแรงโน้มถ่วงกดทุกอย่างให้แบน
พัลซาร์ คือนาฬิกาที่แม่นที่สุดในจักรวาล
ดาวนิวตรอนหลายดวงยิงลำคลื่นวิทยุออกจากขั้วทั้งสอง เมื่อมันหมุน ลำคลื่นก็กวาดผ่านโลกเป็นจังหวะเหมือนไฟประภาคาร เราเรียกว่าพัลซาร์
จังหวะนี้สม่ำเสมอมากจนเทียบกับนาฬิกาอะตอมได้ ปี 1967 โจเซลิน เบลล์ เบอร์เนล นักศึกษาปริญญาเอกเป็นคนแรกที่ตรวจพบสัญญาณนี้ ตอนแรกทีมวิจัยตั้งชื่อเล่นเล่นๆ ว่า LGM ย่อจาก Little Green Men เพราะสัญญาณเป็นระเบียบเกินกว่าจะเป็นธรรมชาติ
ทำไมนักดาราศาสตร์สนใจมาก
ปี 2017 มีการตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงจากการชนกันของดาวนิวตรอนสองดวง (เหตุการณ์ GW170817) และเห็นแสงจากการชนนั้นด้วย
การชนครั้งนั้นยืนยันว่าธาตุหนักอย่างทองและแพลตินัมส่วนใหญ่ในจักรวาลเกิดจากเหตุการณ์แบบนี้ ทองในแหวนที่เราใส่จึงมีต้นกำเนิดจากการชนของดาวนิวตรอนเมื่อหลายพันล้านปีก่อน
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย