คนกลั้นหายใจได้ไม่กี่นาที แมวน้ำบางชนิดอยู่ใต้น้ำได้เกือบสองชั่วโมง ความต่างไม่ได้อยู่ที่การฝึก แต่อยู่ที่โครงสร้างร่างกายที่ต่างกันหลายจุด
ตัวเลขที่เทียบกับคนไม่ได้
- แมวน้ำเวดเดลล์ในแอนตาร์กติกา ดำได้ลึกราว 600 เมตร และอยู่ใต้น้ำได้ราว 80 นาที
- แมวน้ำช้างตอนใต้ ดำเป็นประจำที่ 400-800 เมตร และมีบันทึกลึกเกิน 1,500 เมตร บางตัวถูกวัดได้เกิน 2,000 เมตร อยู่ใต้น้ำได้นานเกือบ 2 ชั่วโมง
- นักดำน้ำอิสระที่เก่งที่สุดในโลกกลั้นหายใจใต้น้ำได้ราว 10-11 นาทีในสภาพนิ่ง และลึกไม่เกินไม่กี่ร้อยเมตรด้วยอุปกรณ์ช่วย
หัวใจของเรื่องคือไม่หายใจเอาอากาศลงไป
สัญชาตญาณคนคิดว่าต้องสูดอากาศเข้าปอดให้เต็มก่อนดำ แมวน้ำทำตรงข้าม มันหายใจออกก่อนดำ
เหตุผลคือที่ความลึกมาก ความดันน้ำจะอัดอากาศในปอดจนไนโตรเจนละลายเข้ากระแสเลือด แล้วเมื่อขึ้นเร็วจะเกิดฟองก๊าซในเลือดซึ่งเป็นอาการเดียวกับที่นักดำน้ำเรียกว่าโรคน้ำหนีบ
แมวน้ำเลี่ยงปัญหานี้ด้วยการปล่อยให้ปอดแฟบลงไปเลยที่ความลึก โครงสร้างซี่โครงและทางเดินหายใจของมันยืดหยุ่นพอที่จะแฟบและกลับคืนได้โดยไม่เสียหาย
แล้วออกซิเจนมาจากไหน
เมื่อไม่ใช้ปอด มันต้องเก็บออกซิเจนไว้ที่อื่น และร่างกายมันถูกออกแบบมาเพื่อการนี้ทั้งระบบ
- **ปริมาณเลือดมาก** เลือดคิดเป็นราว 12% ของน้ำหนักตัว เทียบกับคนที่ราว 7%
- **ไมโอโกลบินในกล้ามเนื้อสูงมาก** ไมโอโกลบินเป็นโปรตีนที่จับออกซิเจนไว้ในกล้ามเนื้อ แมวน้ำมีมากกว่าคนได้ถึงราว 10 เท่า ทำให้กล้ามเนื้อมันสีเข้มเกือบดำ
- **ม้ามเป็นถังสำรอง** ม้ามของมันใหญ่และเก็บเม็ดเลือดแดงไว้จำนวนมาก เมื่อเริ่มดำ ม้ามจะบีบปล่อยเม็ดเลือดแดงเข้ากระแสเลือด เพิ่มความสามารถขนออกซิเจนขึ้นทันที
ปิดระบบที่ไม่จำเป็นระหว่างดำ
สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อแมวน้ำดำเรียกว่ารีเฟล็กซ์การดำน้ำ
หัวใจจะเต้นช้าลงอย่างมาก จากราว 100 ครั้งต่อนาทีเหลือได้ต่ำถึงราว 4-15 ครั้งต่อนาที และหลอดเลือดที่ไปยังผิวหนัง ระบบย่อยอาหาร และกล้ามเนื้อที่ไม่จำเป็นจะหดตัว เพื่อสงวนออกซิเจนไว้ให้สมองและหัวใจ
คนก็มีรีเฟล็กซ์นี้อยู่เหมือนกันแต่อ่อนกว่ามาก สังเกตได้ว่าเวลาเอาหน้าจุ่มน้ำเย็น หัวใจจะเต้นช้าลงเล็กน้อยโดยอัตโนมัติ
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย