ในการทดสอบแก้ปัญหาหลายแบบ อีกาทำคะแนนได้ใกล้เคียงเด็กอายุ 5-7 ขวบ ทั้งที่สมองมันเล็กเท่าผลวอลนัท ความน่าสนใจอยู่ที่สมองนกไม่ได้มีเปลือกสมองแบบเรา แต่มีเซลล์ประสาทอัดแน่นในปริมาตรที่เล็กกว่ามาก
ดัดลวดเป็นตะขอ ทั้งที่ไม่เคยเห็นใครทำ
ปี 2002 นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดวางถังใสลึกที่มีถ้วยอาหารอยู่ก้นถัง ข้างๆ มีลวดตรงหนึ่งเส้น อีกานิวแคลิโดเนียชื่อเบตตี้ (Betty) ใช้เท้าเหยียบปลายลวด งอเป็นตะขอ แล้วเกี่ยวถ้วยขึ้นมา
สิ่งที่ทำให้นักวิจัยตะลึงคือมันไม่เคยเห็นการทำตะขอมาก่อน มันเข้าใจว่า "ลวดตรงใช้ไม่ได้ ต้องมีปลายงอ" แล้วสร้างเครื่องมือขึ้นเองจากการคิด
แก้โจทย์แบบนิทานอีสป
มีการทดลองตามนิทานอีสปเรื่องกาหยอดหินในเหยือก คือใส่น้ำในหลอดสูงจนอาหารลอยอยู่ต่ำเกินเอื้อม แล้ววางก้อนของหนักและก้อนโฟมกลวงไว้ใกล้ๆ
อีกาเลือกหยอดเฉพาะก้อนที่จมน้ำ และเลิกหยอดโฟมเมื่อพบว่าไม่ทำให้ระดับน้ำขึ้น มันเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างปริมาตรกับระดับน้ำในระดับที่เด็กเล็กบางคนยังทำไม่ได้
จำหน้าคน และเล่าต่อให้ฝูง
งานวิจัยของ John Marzluff ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ใส่หน้ากากยางแบบหนึ่งไปจับอีกาแล้วปล่อย จากนั้นเดินผ่านบริเวณเดิมด้วยหน้ากากใบนั้นอีก
อีกาส่งเสียงเตือนและบินโจมตีคนที่ใส่หน้ากากใบนั้นทุกครั้ง ต่อเนื่องนานหลายปี และที่น่าทึ่งกว่าคืออีการุ่นลูกที่ไม่เคยถูกจับ ก็เรียนรู้ที่จะโจมตีหน้ากากใบเดียวกันด้วย เท่ากับข้อมูล "คนนี้อันตราย" ถูกส่งต่อทางสังคมข้ามรุ่น
เกร็ดน่ารู้
- อีกาบางฝูงในญี่ปุ่นวางถั่วบนถนนให้รถทับเปลือก แล้วรอไฟแดงค่อยลงไปเก็บ
- มันแยกใบหน้ามนุษย์แต่ละคนได้ ไม่ใช่แค่จำเสื้อผ้าหรือรูปร่าง
- จำที่ซ่อนอาหารได้หลายร้อยจุด และจำได้ว่าใครมาแอบดูตอนที่ซ่อน
- เล่นสนุกโดยไม่มีเป้าหมาย เช่น เอาฝาขวดไถลลงหลังคาเล่นซ้ำๆ
ครั้งหน้าถ้าเห็นอีกาบนสายไฟจ้องมองเรา อย่ารีบไล่ มันอาจกำลังจำหน้าเราไว้จริงๆ
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย