ปี 1984 Robert Cialdini อาจารย์ด้านจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตต ตีพิมพ์หนังสือ Influence
สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ต่างจากเล่มอื่นคือวิธีหาข้อมูล เขาไม่ได้อ่านแต่งานวิจัยในห้องแล็บ เขาไปสมัครเรียนอบรมพนักงานขายรถ ขายประกัน ขายเครื่องดูดฝุ่นตามบ้าน และการอบรมนักระดมทุน เป็นเวลาราว 3 ปี เพื่อดูว่าคนที่ต้องโน้มน้าวคนจริงๆ ทุกวันใช้อะไร
1. การตอบแทน
คนรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเมื่อได้รับอะไรมาก่อน แม้จะไม่ได้ขอ
งานที่ชัดที่สุดคือปี 2002 ทีมของ David Strohmetz ทดลองในร้านอาหารจริง โดยให้พนักงานเสิร์ฟลูกอมพร้อมบิล ผลคือ
- ให้ลูกอม 1 เม็ด ทิปเพิ่มราว 3%
- ให้ 2 เม็ด ทิปเพิ่มราว 14%
- ให้ 1 เม็ด แล้วเดินกลับมาบอกว่า "ให้คุณเป็นพิเศษอีกเม็ด" ทิปเพิ่มราว 23%
น่าสังเกตว่าการให้แบบที่รู้สึกว่าเจาะจงเรามีผลมากกว่าจำนวนลูกอม
**เห็นที่ไหน** ของแจกทดลองใช้ฟรี ตัวอย่างชิมในห้าง ของแถมในซองซัมเปิ้ล นักขายที่พาไปกินข้าวก่อนคุยงาน
2. ความสม่ำเสมอและคำมั่นสัญญา
เมื่อเราตกลงเรื่องเล็กไปแล้ว เรามีแนวโน้มตกลงเรื่องใหญ่ที่สอดคล้องกันต่อ เพราะสมองต้องการรักษาภาพว่าตัวเองเป็นคนที่พูดจริงทำจริง
ปี 1966 Jonathan Freedman และ Scott Fraser ทดลองเรื่องนี้ กลุ่มแรกถูกขอตรงๆ ให้ติดป้ายรณรงค์ขับรถปลอดภัยขนาดใหญ่ที่น่าเกลียดในสนามหน้าบ้าน มีคนยอมไม่ถึง 20% ส่วนกลุ่มที่ถูกขอให้ติดสติกเกอร์เล็กๆ ที่หน้าต่างก่อนสองสัปดาห์ แล้วค่อยขอเรื่องป้ายใหญ่ มีคนยอมถึงราว 76%
เทคนิคนี้เรียกว่าเท้าติดประตู
**เห็นที่ไหน** ทดลองใช้ฟรี 7 วันที่ต้องกรอกบัตรไว้ก่อน การให้ตอบแบบสอบถามสั้นก่อนเสนอขาย การให้ลูกค้าพูดออกมาว่า "ใช่ ผมสนใจสุขภาพ" ก่อนเสนออาหารเสริม
3. การอ้างอิงคนหมู่มาก
เราตัดสินว่าอะไรถูกจากการดูว่าคนอื่นทำอะไร โดยเฉพาะเวลาที่ไม่แน่ใจ
ปี 2008 Noah Goldstein, Cialdini และ Vladas Griskevicius ตีพิมพ์งานที่ทำในโรงแรมจริง เรื่องป้ายขอให้ใช้ผ้าเช็ดตัวซ้ำ
- ป้ายที่บอกว่า "ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม" ได้ผลระดับหนึ่ง
- ป้ายที่บอกว่า "แขกส่วนใหญ่ที่พักห้องนี้ใช้ผ้าเช็ดตัวซ้ำ" ได้ผลดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
จุดที่แรงที่สุดคือการอ้างถึงคนที่ใกล้ตัวเรา เช่น แขกที่พัก **ห้องเดียวกัน** ไม่ใช่คนทั่วไป
**เห็นที่ไหน** "ขายไปแล้ว 10,000 ชิ้น" "มีคนกำลังดูสินค้านี้อยู่ 23 คน" รีวิว 5 ดาว ยอดผู้ติดตาม
4. ความน่าเชื่อถือ
เราเชื่อฟังคนที่ดูมีอำนาจหรือมีความรู้ และสัญลักษณ์ของอำนาจก็ทำงานได้แม้จะไม่มีของจริงอยู่ข้างหลัง
การทดลองของ Stanley Milgram ในทศวรรษ 1960 แสดงชัดว่าคนธรรมดายอมทำสิ่งที่ขัดกับความรู้สึกตัวเองได้ เมื่อได้รับคำสั่งจากคนที่ดูเป็นผู้เชี่ยวชาญในเสื้อกาวน์
**เห็นที่ไหน** เสื้อกาวน์ในโฆษณายาสีฟัน คำว่า "แพทย์แนะนำ" ตำแหน่งยาวๆ ในนามบัตร ปริญญาที่แขวนอยู่บนผนัง วิธีตรวจสอบคือถามว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้จริงไหม และมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือเปล่า
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย