โลมาเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หายใจด้วยปอด ต้องขึ้นมาเอาอากาศที่ผิวน้ำ ปัญหาคือมันอยู่ในน้ำตลอดชีวิต ถ้าหลับสนิทแบบเราก็จมน้ำตาย ธรรมชาติจึงให้ทางออกที่แปลกมาก
หลับทีละข้างของสมอง
วิธีนอนของโลมาเรียกว่า unihemispheric slow-wave sleep คือสมองซีกหนึ่งเข้าสู่ภาวะหลับลึก ขณะที่อีกซีกยังตื่นทำงาน
ซีกที่ตื่นทำหน้าที่สำคัญสองอย่าง คือสั่งให้ขึ้นมาหายใจตามจังหวะ และเฝ้าระวังภัยรอบตัว ผ่านไปราวหนึ่งถึงสองชั่วโมงก็สลับข้างกัน ทำให้ทั้งสองซีกได้พักครบในหนึ่งวัน
จุดที่สังเกตได้จากภายนอกคือตา โลมาที่กำลังนอนมักลืมตาข้างหนึ่งและปิดอีกข้าง เพราะตาแต่ละข้างเชื่อมกับสมองซีกตรงข้าม ตาที่ลืมอยู่คือข้างที่สมองยังตื่น
การหายใจของมันเป็นการตัดสินใจ
ของคนเรา การหายใจเป็นระบบอัตโนมัติ เราหลับสนิทได้เพราะก้านสมองสั่งหายใจให้เองโดยไม่ต้องรู้ตัว
โลมาไม่ใช่แบบนั้น มันต้องรู้ตัวพอที่จะกลั้นเมื่ออยู่ใต้น้ำ และเปิดช่องหายใจบนหัวเมื่อโผล่ขึ้นพอดี ถ้าหมดสติเต็มรูปแบบ ระบบนี้ก็พัง นี่คือเหตุผลที่โลมาที่ป่วยหนักหรือหมดแรงมักจมน้ำตาย ไม่ใช่ตายจากโรคโดยตรง
ท่านอนที่เห็นได้จริง
- ลอยนิ่งใกล้ผิวน้ำเป็นแท่งซุง เรียกว่า logging โผล่ให้ช่องหายใจอยู่เหนือน้ำ
- ว่ายช้าเป็นวงกว้างขณะครึ่งสมองหลับ บางฝูงว่ายเรียงกันแบบนี้ทั้งกลุ่ม
- ในที่เลี้ยง บางตัวนอนอยู่ก้นบ่อแล้วขึ้นมาหายใจเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
เกร็ดที่น่าทึ่งกว่านั้น
งานวิจัยของ Oleg Lyamin และคณะพบว่าลูกโลมาและลูกวาฬเพชฌฆาตแรกเกิด แทบไม่นอนเลยในช่วงเดือนแรก และแม่ก็ตื่นเฝ้าไปด้วยตลอด
ในสัตว์ทั่วไปการขาดนอนแบบนั้นอันตรายมาก แต่ลูกโลมาโตได้ปกติ นักวิจัยยังหาคำอธิบายที่ชัดเจนอยู่ ถือเป็นหนึ่งในโจทย์ที่ท้าทายความเข้าใจเรื่อง "ทำไมสิ่งมีชีวิตต้องนอน"
สัตว์อื่นที่นอนแบบนี้ด้วย
นกหลายชนิดหลับทีละซีกสมองเช่นกัน ทำให้บินข้ามทะเลได้ต่อเนื่องหลายวัน และเป็ดที่นอนขอบฝูงมักลืมตาข้างที่หันออกด้านนอกไว้เฝ้าภัย พูดได้ว่าเราคือฝ่ายที่โชคดี ที่ได้ปิดสมองทั้งสองซีกนอนพร้อมกันทุกคืน
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย