ภาพที่แชร์กันบ่อยคือแผนที่รัสเซียวางทับดาวพลูโตแล้วบอกว่าพลูโตเล็กกว่า เรื่องนี้เคยถูก แต่ตอนนี้ต้องแก้
ตัวเลขเปลี่ยนเพราะยานไปถึงจริง
ก่อนปี 2015 นักดาราศาสตร์ประเมินขนาดพลูโตจากการสังเกตทางไกล ซึ่งคลาดเคลื่อนได้มากเพราะมันเล็ก ไกล และมีชั้นบรรยากาศบางๆ ที่ทำให้ขอบดูพร่า ค่าที่ใช้กันจึงให้พื้นที่ผิวน้อยกว่าพื้นที่ประเทศรัสเซีย
วันที่ 14 กรกฎาคม 2015 ยานนิวฮอไรซันส์ของนาซาบินผ่านพลูโตในระยะใกล้ และวัดรัศมีได้แม่นยำที่ราว 1,188 กิโลเมตร
คำนวณพื้นที่ผิวจากค่านี้จะได้ราว 17.7 ล้านตารางกิโลเมตร ขณะที่รัสเซียมีพื้นที่ราว 17.1 ล้านตารางกิโลเมตร
**สรุปคือ พื้นที่ผิวของพลูโตมากกว่ารัสเซียเล็กน้อย** ไม่ใช่น้อยกว่าตามที่แชร์กัน
แต่ถ้าเทียบความกว้าง พลูโตแคบกว่าจริง
เส้นผ่านศูนย์กลางพลูโตราว 2,377 กิโลเมตร ขณะที่รัสเซียกว้างจากตะวันตกไปตะวันออกราว 9,000 กิโลเมตร
จุดที่ทำให้คนสับสนคือ พื้นที่ผิวของทรงกลมกระจายอยู่รอบทั้งลูก ไม่ใช่แผ่นแบน จึงมีพื้นที่มากกว่าที่ตาเห็นจากด้านเดียว การเอาแผนที่ประเทศไปวางทับภาพถ่ายจึงให้ความรู้สึกที่ผิด
ถ้าจะเทียบให้เข้าใจง่ายกว่า พลูโตเล็กกว่าดวงจันทร์ของโลกเรา ซึ่งมีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 3,474 กิโลเมตร
ทำไมถูกปลดจากการเป็นดาวเคราะห์
ปี 2006 สหพันธ์ดาราศาสตร์สากลตั้งเกณฑ์ความเป็นดาวเคราะห์ไว้ 3 ข้อ คือโคจรรอบดวงอาทิตย์ มีมวลพอที่แรงโน้มถ่วงจะดึงตัวเองเป็นทรงกลม และเคลียร์วงโคจรของตัวเองให้ปลอดวัตถุอื่นได้
พลูโตผ่านสองข้อแรก แต่ตกข้อสาม เพราะมันอยู่ในแถบไคเปอร์ที่มีวัตถุอื่นเต็มไปหมด และมวลของมันน้อยกว่าวัตถุรวมในบริเวณนั้น
ตัวจุดชนวนคือการค้นพบดาวอีริสในปี 2005 ซึ่งมีมวลมากกว่าพลูโต ถ้ายังนับพลูโตเป็นดาวเคราะห์ ก็ต้องนับอีริสและวัตถุอื่นอีกหลายสิบดวงตามมาด้วย
ระบบคู่ที่ไม่เหมือนใคร
ชารอน ดวงจันทร์ของพลูโต มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 1,212 กิโลเมตร คือเกินครึ่งของพลูโตเอง ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดในระบบสุริยะ
ผลคือจุดศูนย์กลางมวลของทั้งสองอยู่นอกตัวพลูโต ทำให้ทั้งคู่หมุนรอบจุดในอากาศเหมือนลูกตุ้มสองลูกผูกเชือกแกว่ง นักดาราศาสตร์บางคนจึงเรียกว่าเป็นระบบดาวคู่มากกว่าดาวเคราะห์กับดวงจันทร์
สิ่งที่ยานเจอแล้วทำให้ทุกคนตกใจ
ก่อนไปถึง หลายคนคาดว่าจะเจอก้อนน้ำแข็งเก่าๆ ที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ภาพที่ได้กลับเจอ
- **ที่ราบรูปหัวใจชื่อสปุตนิกพลานิเทีย** เป็นธารน้ำแข็งไนโตรเจนที่ไหลและไม่มีหลุมอุกกาบาต แปลว่าพื้นผิวนั้นอายุน้อยและยังมีกระบวนการทางธรณีอยู่
- **ภูเขาน้ำแข็งสูงถึงราว 3,500 เมตร** ซึ่งต้องเป็นน้ำแข็งจากน้ำเพราะไนโตรเจนอ่อนเกินกว่าจะทรงตัวสูงขนาดนั้น
- **ชั้นบรรยากาศเป็นหมอกฟ้าซ้อนหลายชั้น** ที่ลอยสูงกว่าที่คาดหลายเท่า
เกร็ดที่คนไทยน่าจะชอบ
พลูโตถูกค้นพบปี 1930 โดย Clyde Tombaugh และชื่อพลูโตมาจากข้อเสนอของเด็กหญิงชาวอังกฤษวัย 11 ปีชื่อ Venetia Burney ที่เสนอผ่านปู่ของเธอ
หนึ่งปีของพลูโตยาวราว 248 ปีโลก แปลว่านับจากถูกค้นพบมาถึงวันนี้ มันยังโคจรรอบดวงอาทิตย์ไม่ครบรอบเดียวเลย
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย