แมวโตเต็มวัยนอนราว 12-16 ชั่วโมงต่อวัน ลูกแมวและแมวแก่นอนได้ถึง 18-20 ชั่วโมง ถ้าคิดเป็นสัดส่วน แมวใช้เวลาสองในสามของชีวิตไปกับการหลับ
เพราะมันเป็นนักล่าซุ่มโจมตี
แมวไม่ได้วิ่งไล่เหยื่อเป็นระยะทางไกลแบบสุนัขป่า มันซุ่มนิ่งแล้วพุ่งเข้าไปในระยะสั้นด้วยแรงระเบิดสูงสุด
การล่าแบบนี้ใช้กล้ามเนื้อชนิดหดตัวเร็วซึ่งใช้พลังงานหนักมากในช่วงสั้น และการล่าส่วนใหญ่ล้มเหลว แมวบ้านที่ออกล่าจริงต้องพยายามหลายสิบครั้งกว่าจะได้อาหารมื้อหนึ่ง
กลยุทธ์ที่ได้ผลจึงคือ นอนเก็บพลังงานให้มากที่สุดระหว่างที่ไม่ได้ล่า เพื่อให้พร้อมระเบิดพลังตอนจำเป็น ระบบนี้ฝังอยู่ในพันธุกรรมแม้แมวบ้านจะมีอาหารในชามอยู่แล้ว
แมวเป็นสัตว์กินเนื้อจริง ไม่ใช่กินได้ทั้งเนื้อและพืช
แมวเป็น obligate carnivore แปลว่าต้องได้สารอาหารบางอย่างจากเนื้อสัตว์เท่านั้น เช่น ทอรีนและวิตามินเอในรูปพร้อมใช้ ซึ่งร่างกายมันสังเคราะห์เองไม่ได้
การย่อยโปรตีนและไขมันปริมาณสูงใช้พลังงานมาก และการหลับหลังกินอิ่มช่วยให้ร่างกายทุ่มทรัพยากรไปที่การย่อยได้เต็มที่ นี่คือเหตุผลที่แมวมักหลับทันทีหลังกิน
แมวไม่ใช่สัตว์กลางคืน
คนมักคิดว่าแมวหากินกลางคืน แต่จริงๆ แมวเป็นสัตว์ที่ตื่นตัวสูงสุดช่วงเช้ามืดและช่วงพลบค่ำ เรียกว่าสัตว์ครีปัสคูลาร์
เหตุผลคือเหยื่อธรรมชาติของมันอย่างหนูและนกก็ออกหากินช่วงนั้น และแสงสลัวเข้าทางสายตาแมวที่มีชั้นสะท้อนแสงหลังจอตา ทำให้มองในที่มืดสลัวได้ดีกว่าคนหลายเท่า
นี่คือเหตุผลจริงที่แมวมาปลุกเราตอนตีห้า มันไม่ได้แกล้ง มันตื่นตามนาฬิกาชีวภาพของนักล่า
การนอนของแมวไม่ใช่หลับลึกทั้งหมด
ประมาณสามในสี่ของเวลานอนแมวเป็นการหลับตื้น หูยังกระดิกตามเสียง กล้ามเนื้อยังพร้อมลุก ที่เหลือราวหนึ่งในสี่เป็นหลับลึกและช่วง REM ที่แมวฝัน สังเกตได้จากหนวดกระตุก อุ้งเท้าขยับ และเสียงในลำคอ
จังหวะรอบการนอนของแมวสั้นกว่าคนมาก ราว 20-30 นาทีต่อรอบ จึงหลับๆ ตื่นๆ ทั้งวันแทนการนอนก้อนเดียว
เมื่อไหร่ที่ควรพาไปหาสัตวแพทย์
ตัวเลขชั่วโมงไม่สำคัญเท่าการเปลี่ยนแปลงจากปกติของแมวตัวนั้น ควรพาไปตรวจถ้าพบว่า
- นอนเพิ่มขึ้นชัดเจนภายในไม่กี่วัน พร้อมกับกินน้อยลงหรือไม่กินเลย
- ไปหลบซ่อนในที่แคบมืดผิดปกติ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่แมวใช้เมื่อเจ็บปวด
- ปลุกแล้วซึม ไม่สนใจของเล่นหรือขนมที่เคยชอบ
- ดื่มน้ำและปัสสาวะมากขึ้นผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรคไตหรือเบาหวาน
- น้ำหนักลด ขนหยาบ ไม่เลียแต่งขนตัวเอง
- หายใจเร็วหรืออ้าปากหายใจขณะพัก
แมวเก่งเรื่องซ่อนความเจ็บปวดมาก เพราะในธรรมชาติการแสดงอาการอ่อนแอทำให้ถูกล่า เจ้าของจึงมักเห็นอาการตอนที่โรคดำเนินไปมากแล้ว การสังเกตการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ จึงสำคัญกว่ารอให้เห็นอาการชัด
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย