หมีน้ำตัวยาวราว 0.5 มิลลิเมตร ต้องส่องกล้องจุลทรรศน์จึงเห็น มันอาศัยอยู่ในตะไคร่น้ำและมอสตามกำแพงบ้านทั่วไป รวมทั้งในไทย และมันคือสัตว์ที่ทนสภาพสุดขั้วได้ดีที่สุดเท่าที่วิทยาศาสตร์รู้จัก
เคล็ดลับคือการ "ปิดเครื่อง" ตัวเอง
เมื่อสภาพแวดล้อมแย่ลง เช่น น้ำแห้ง หมีน้ำจะไล่น้ำออกจากร่างกายเกือบทั้งหมด เหลือไม่ถึง 3% หดตัวกลมเป็นก้อนที่เรียกว่า tun
ในสภาวะนี้ระบบเผาผลาญของมันลดลงเหลือประมาณ 0.01% ของปกติ เท่ากับหยุดเป็นสิ่งมีชีวิตชั่วคราว มันสร้างน้ำตาลชนิดหนึ่งและโปรตีนพิเศษเข้าไปแทนที่น้ำ ห่อหุ้ม DNA และเยื่อหุ้มเซลล์ไว้เหมือนใส่แก้วเคลือบ ทำให้โครงสร้างไม่พังแม้ไม่มีน้ำ
เมื่อได้น้ำอีกครั้ง มันคลายตัวและเดินต่อได้ภายในไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมง
รอดอะไรมาแล้วบ้าง
- สุญญากาศและรังสีคอสมิกในอวกาศ — ปี 2007 ภารกิจ FOTON-M3 ส่งหมีน้ำออกไปนอกยานโดยไม่มีอะไรป้องกัน หลายตัวรอดกลับมาและวางไข่ต่อได้
- ความเย็นถึงลบ 272 องศาเซลเซียส ห่างจากศูนย์องศาสัมบูรณ์แค่ 1 องศา
- ความร้อนราว 150 องศาเซลเซียสในช่วงสั้นๆ
- รังสีระดับหลายพันเกรย์ ขณะที่คนตายที่ประมาณ 5-10 เกรย์
- แรงดันน้ำลึกกว่าก้นร่องลึกมาเรียนาหลายเท่า
- ถูกแช่แข็งทิ้งไว้ 30 ปี แล้วฟื้นได้ (บันทึกจากตัวอย่างของทีมวิจัยญี่ปุ่น)
แต่ไม่ใช่ว่าฆ่าไม่ตาย
ข้อสำคัญที่มักถูกเล่าเกินจริง: ความทนทานทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเฉพาะเมื่อมันอยู่ในสภาวะ tun แล้ว ถ้ายังชุ่มน้ำและเดินไปมาปกติ หมีน้ำบอบบางมาก
และการอยู่รอดก็ไม่ใช่ 100% การทดลองแต่ละครั้งมีตัวที่ตายเสมอ ที่น่าสนใจคือ งานวิจัยพบว่า "น้ำร้อนขึ้น" ทำให้มันตายง่ายที่สุด อุณหภูมิสูงต่อเนื่องคือจุดอ่อนจริงของมัน
เรื่องเล่าที่คนพูดถึงบ่อย
ปี 2019 ยานเบเรชีต (Beresheet) ของอิสราเอลตกลงบนดวงจันทร์ โดยบรรทุกหมีน้ำในสภาวะ tun ไปด้วย มีการถกเถียงว่าตอนนี้อาจมีหมีน้ำนอนแห้งอยู่บนดวงจันทร์ แต่นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่ามันไม่สามารถฟื้นหรือขยายพันธุ์ที่นั่นได้ เพราะไม่มีน้ำเลย
สิ่งมีชีวิตเล็กที่สุดที่หลายคนไม่เคยเห็น กลับเป็นตัวที่รอดในสภาพที่มนุษย์ไปไม่ได้
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย