วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับเรื่องราว "พยาบาลเวรดึก — สิ่งที่เห็นในคืนที่ทุกคนลืม" แนวสยองขวัญ ที่จะทำให้คุณตื่นเต้นไปกับทุกช่วงของเรื่อง
พี่หนิง เป็นพยาบาลวิชาชีพที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดภาคกลาง โรงพยาบาลเก่าแก่ สร้างมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ตึกผู้ป่วยในที่เธอประจำอยู่คือตึก 3 ตึกสี่ชั้นที่เก่าที่สุดในโรงพยาบาล ผนังปูนเริ่มกะเทาะ กลิ่นยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นอับของอาคารเก่า ไฟฟลูออเรสเซนต์บางดวงกระพริบตลอดเวลา ไม่มีงบซ่อม พี่หนิงทำงานที่นี่มาเจ็ดปี เธอเคยชินกับทุกอย่าง เสียงคนไข้ร้องกลางดึก เสียงเครื่องมอนิเตอร์ดังเตือน เสียงเข็นเตียงคนไข้ฉุกเฉิน แต่คืนวันที่ 17 สิงหาคมปีนั้น เธอเจอสิ่งที่ไม่เคยชินได้
คืนนั้นพี่หนิงอยู่เวรดึก ตั้งแต่สี่ทุ่มถึงแปดโมงเช้า เวรดึกตึก 3 มีพยาบาลสองคน พี่หนิงกับน้องเมย์ พยาบาลใหม่ที่เพิ่งมาไม่ถึงปี ตึก 3 ชั้นสองมีคนไข้สิบสองเตียง คืนนั้นเตียงว่างสามเตียง เหลือคนไข้เก้าคน ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่แอดมิทมานาน ห้อง 7 มีคนไข้พิเศษ ป้าสมศรี อายุเจ็ดสิบแปด แอดมิทมาสองสัปดาห์ด้วยโรคปอดติดเชื้อ อาการไม่ดีขึ้น ป้าสมศรีมักจะตื่นกลางดึกแล้วคุยกับใครสักคนที่มองไม่เห็น พยาบาลเวรดึกทุกคนรู้เรื่องนี้ แต่ไม่มีใครพูดถึง
ตีหนึ่ง ทุกอย่างเงียบ คนไข้หลับหมด มอนิเตอร์สัญญาณชีพเสียงเบาสม่ำเสมอ พี่หนิงนั่งเขียนรายงานที่เคาน์เตอร์พยาบาล น้องเมย์ไปเดินตรวจวอร์ดรอบดึก ไม่ถึงห้านาที น้องเมย์กลับมา หน้าซีด ยืนที่เคาน์เตอร์พูดไม่ออก พี่หนิงถามว่าเป็นอะไร น้องเมย์พูดเสียงสั่นว่า ห้อง 7 พี่ ป้าสมศรีนั่งคุยกับใครอยู่ หนูเดินผ่าน เห็นป้านั่งบนเตียงพูดอยู่คนเดียว หนูจะเข้าไปดู แต่พอมองเข้าไปในห้อง มีเก้าอี้ข้างเตียงป้า เก้าอี้ตัวนั้นมีรอยยุบ เหมือนมีคนนั่งอยู่ และป้ามองไปที่เก้าอี้ตัวนั้น พูดคุยอย่างมีความสุข เหมือนมีคนนั่งฟังอยู่จริงๆ
พี่หนิงบอกน้องเมย์ว่าไม่เป็นไร คนไข้สูงอายุบางคนก็เป็นแบบนี้ อาจเป็นอาการสับสน เธอเดินไปห้อง 7 เพื่อดูป้าสมศรีด้วยตัวเอง พอเปิดประตูเข้าไป ป้าสมศรีหันมามอง ยิ้มให้ แล้วพูดว่า หนิงมาพอดีเลย ลุงสมชัยมาเยี่ยมป้า พี่หนิงถามว่าลุงสมชัยเป็นใคร ป้าสมศรีบอกว่าเป็นสามี เสียไปสิบห้าปีแล้ว แต่คืนนี้แกมานั่งเป็นเพื่อน บอกว่าจะมารับป้าไปอยู่ด้วยกัน พี่หนิงรู้สึกเย็นวาบตลอดสันหลัง เธอรู้จากประสบการณ์ว่า เมื่อไหร่ที่คนไข้พูดถึงคนตายมารับ มักจะมีเรื่องเกิดขึ้นภายในคืนนั้น
พี่หนิงช่วยป้าสมศรีนอนลง ตรวจสัญญาณชีพ ทุกอย่างปกติ ความดัน ชีพจร ออกซิเจนในเลือด ไม่มีอะไรผิดปกติ เธอกลับมาที่เคาน์เตอร์ บอกน้องเมย์ว่าคอยดูห้อง 7 ให้ดี ตีสามครึ่ง พี่หนิงลุกไปเข้าห้องน้ำ ห้องน้ำพยาบาลอยู่ปลายทางเดิน ต้องเดินผ่านห้องคนไข้ทั้งหมด ทางเดินมืด มีแสงจากไฟฉุกเฉินสีเขียวเท่านั้น พี่หนิงเดินผ่านห้องต่างๆ เงียบสงบ จนถึงหน้าลิฟต์ขนของกลางตึก ลิฟต์ตัวนี้เสียมานานแล้ว ปิดใช้งาน มีกระดาษแปะว่า ห้ามใช้ แต่ตอนที่พี่หนิงเดินผ่าน ไฟเลขชั้นเหนือประตูลิฟต์กลับติดขึ้นมา ตัวเลขเปลี่ยน 1 2 3 ราวกับลิฟต์กำลังขึ้นมา พี่หนิงยืนมอง หัวใจเต้นเร็ว ตัวเลขหยุดที่ชั้น 2 ชั้นที่เธอยืนอยู่ แล้วเงียบ ไม่มีเสียงเปิดประตู แต่ลมเย็นจัดพัดออกมาจากช่องลิฟต์
พี่หนิงรีบเดินผ่านลิฟต์ไป เข้าห้องน้ำ ล้างหน้า มองกระจก บอกตัวเองว่าอย่าคิดมาก ลิฟต์เก่ามันก็เป็นแบบนี้ วงจรไฟฟ้ารวน เธอเดินกลับ ผ่านลิฟต์อีกครั้ง คราวนี้ไฟเลขชั้นดับแล้ว ทุกอย่างปกติ เธอกลับมาที่เคาน์เตอร์ น้องเมย์หลับคาโต๊ะ พี่หนิงไม่ว่า ปล่อยให้นอน เธอนั่งลง หยิบรายงานมาเขียนต่อ แต่พอหยิบปากกาขึ้นมา สายตาไปสะดุดที่จอมอนิเตอร์สัญญาณชีพของห้อง 7 หน้าจอแสดงสัญญาณชีพปกติ แต่มีสัญญาณอีกเส้นหนึ่งปรากฏขึ้น เส้นที่ไม่ควรมี เพราะห้อง 7 ต่อมอนิเตอร์ไว้กับป้าสมศรีคนเดียว แต่บนจอ มีสัญญาณหัวใจสองเส้น