หลายคนคงเคยรู้สึกว่าตอนเป็นเด็ก เวลาปิดเทอมหนึ่งช่วงเหมือนยาวนานเป็นปี แต่พอโตเป็นผู้ใหญ่ ทั้งปีกลับผ่านไปเหมือนแค่แวบเดียว ความรู้สึกว่าเวลาเดินเร็วขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้นเป็นสิ่งที่เกือบทุกคนสัมผัสได้ ทั้งที่จริงแล้วหนึ่งชั่วโมงก็ยังเท่ากับหกสิบนาทีเสมอ แล้วทำไมสมองเราถึงรับรู้เวลาต่างออกไป วันนี้เรามาดูคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจเบื้องหลังปรากฏการณ์นี้กัน
สัดส่วนของเวลาต่อชีวิตที่ผ่านมา
คำอธิบายที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือเรื่องสัดส่วน สำหรับเด็กอายุห้าขวบ เวลาหนึ่งปีคือหนึ่งในห้าของชีวิตทั้งหมดที่เขาเคยมี จึงรู้สึกยาวนานมาก แต่สำหรับคนอายุห้าสิบ หนึ่งปีเป็นแค่หนึ่งในห้าสิบของชีวิต จึงรู้สึกสั้นลงเมื่อเทียบกัน ยิ่งเราอายุมาก แต่ละปีก็กลายเป็นสัดส่วนที่เล็กลงเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับเวลาทั้งหมดที่เราเคยใช้ชีวิตมา สมองจึงรับรู้ว่ามันผ่านไปเร็วขึ้น
ความแปลกใหม่ทำให้เวลารู้สึกยาว
สมองของเราวัดเวลาจากปริมาณความทรงจำและประสบการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้น ตอนเป็นเด็ก ทุกอย่างล้วนใหม่ ทั้งการไปโรงเรียนครั้งแรก การเรียนรู้สิ่งใหม่ทุกวัน สมองจึงบันทึกรายละเอียดมากมาย ทำให้ช่วงเวลานั้นรู้สึกยาวเมื่อมองย้อนกลับไป แต่พอโตขึ้น ชีวิตเข้าสู่กิจวัตรซ้ำๆ วันแล้ววันเล่าคล้ายกันไปหมด สมองจึงบันทึกน้อยลง เมื่อมองย้อนกลับจึงรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเพราะไม่มีอะไรใหม่ให้จดจำ
กิจวัตรซ้ำๆ ทำให้เวลาหดสั้น
เมื่อเราทำสิ่งเดิมๆ ทุกวัน เช่น ตื่น ทำงาน กลับบ้าน นอน วนไปเรื่อยๆ วันเวลาจะเริ่มกลืนกันจนแยกไม่ออก สัปดาห์หนึ่งผ่านไปโดยที่เราแทบไม่มีเหตุการณ์พิเศษให้จดจำ นี่คือเหตุผลที่คนทำงานประจำมักรู้สึกว่าเวลาผ่านไปไวมาก ตรงกันข้าม เวลาที่เราไปเที่ยวที่ใหม่หรือทำสิ่งที่ไม่เคยทำ ช่วงเวลานั้นจะรู้สึกเต็มอิ่มและยาวนานกว่า เพราะสมองได้เก็บความทรงจำใหม่ๆ ไว้มากมาย
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย