การเมืองท้องถิ่นในกรุงเทพฯ มักถูกมองว่าเป็นเรื่องของคนไม่กี่กลุ่ม แต่เมื่อ "คนใน" อย่างอดีตข้าราชการตัดสินใจก้าวออกมายืนในสนามเลือกตั้ง เรื่องนี้จึงน่าสนใจเป็นพิเศษ ธนัญญ์ อดีตข้าราชการกรุงเทพมหานคร คือหนึ่งในนั้น — ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตพระนคร สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศชัดว่าถ้าได้รับเลือก จะไม่ทำงานแบบ "รับเรื่องแล้วจบ"
ใครคือธนัญญ์ และทำไมถึงลงสนามการเมือง
ธนัญญ์มีพื้นฐานที่แตกต่างจากนักการเมืองหน้าใหม่ทั่วไป เพราะผ่านงานในระบบราชการกรุงเทพมหานครมาก่อน จึงเข้าใจกลไกภายในของระบบ ทั้งในแง่ขั้นตอนการทำงาน สายการบังคับบัญชา และที่สำคัญ — แรงกดดันจากอำนาจที่ข้าราชการต้องเผชิญอยู่ทุกวัน
เขาระบุว่าประสบการณ์ตรงนี้เองที่ทำให้ตัดสินใจก้าวออกมาสู่ฝั่งการเมือง เพราะเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงระบบราชการให้ทำงานได้จริงนั้น ต้องอาศัยคนที่เข้าใจระบบจากข้างใน ไม่ใช่แค่การออกนโยบายจากข้างบนโดยไม่รู้ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน
ประเด็นที่เขายกขึ้นมาพูดถึงชัดเจนคือ เรื่องของแรงกดดันในระบบราชการที่ทำให้ "คนดีทำงานดีได้ยาก" เมื่อโครงสร้างอำนาจไม่เอื้อให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง
จุดยืนหลัก: ไม่หยุดแค่รับเรื่อง
หนึ่งในคำประกาศที่ชัดเจนที่สุดของธนัญญ์คือ เขาจะไม่ทำงานแบบที่ ส.ก. หลายคนเคยทำ นั่นคือ "รับเรื่อง แล้วก็จบ" หรือฝากงานต่อให้เจ้าหน้าที่แล้วปล่อยให้หายไปในระบบ
สิ่งที่เขาต้องการทำต่างออกไปคือ:
- ติดตามเรื่องที่ประชาชนร้องเรียนจนได้รับการแก้ไขจริง ไม่ใช่แค่บันทึกไว้ในระบบ
- เปิดช่องทางสื่อสารที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย และได้รับการตอบกลับจริง
- ใช้ความรู้จากการทำงานในระบบราชการมาช่วยผลักดันเรื่องที่ติดขัดอยู่กับขั้นตอน
แนวคิดนี้สะท้อนปัญหาที่คนกรุงเทพฯ จำนวนมากเคยเจอ เช่น ร้องเรื่องน้ำท่วมซ้ำซาก ทางเท้าพัง ไฟฟ้าส่องสว่างดับ หรือปัญหาในชุมชน แล้วก็ได้รับแค่คำว่า "รับเรื่องแล้ว" โดยไม่รู้ว่าเรื่องนั้นถูกดำเนินการจริงหรือเปล่า
ผลักดันกรุงเทพฯ ให้โปร่งใส
นอกจากเรื่องการติดตามงาน ธนัญญ์ยังตั้งธงชัดในเรื่องความโปร่งใสของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นประเด็นที่พูดถึงกันมานานแต่ยังเห็นผลจริงได้ยาก