หลายคนอาจสงสัยเกี่ยวกับเรื่อง "Pickleball Courts คัดมาให้แล้ว 17 สนามทั่วกรุงฯ สำหรับพี่นักหวดทั้งหลาย" บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจอย่างละเอียด
เนื้อหาสำคัญ
ถ้าลองสังเกตดูช่วงนี้ นอกจากเราจะเห็นพี่ๆ นักวิ่งตามรันคลับและตามสวนสาธารณะแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่เราเห็นคนเริ่มให้ความสนใจและมีคอมมูนิตี้ที่หนาแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก็คือพวกกีฬาประเภทแร็กเกต โดยเฉพาะ Pickleball ที่กลายเป็นขวัญใจคนเมืองอย่างรวดเร็ว ด้วยกติกาที่ไม่ซับซ้อนเกินไปและได้เหงื่อแบบสะใจแต่ไม่หนักจนเข่าพัง ทำให้ไม่ว่าใครก็ลุกขึ้นมาจอยได้ง่ายๆ ตีพิกเคิลบอลที่ไหนดี? คำถามของใครหลายคนที่กำลังมองหาสนาม นี่คือลิสต์ที่ทาง LIFE คัดสรรมาให้แบบครบถ้วน ทั้งในแง่ของสถานที่และงบประมาณไว้ 1. Pickleball Court สวนเบญจกิตติ ถ้าพูดถึงพิกัดยอดฮิตและเข้าหวดลูกได้ฟรี ก็คงหนีไม่พ้นสนามที่ สวนเบญจกิตติ เพราะที่นี่คือจุดนัดพบของคอมมูนิตี้สายแอ็กทีฟใจกลางเมือง ด้วยบรรยากาศสนามเอาต์ดอร์ที่ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียวและทางวิ่งลอยฟ้า ทำให้การหวดลูกที่นี่ได้ฟีลลิ่งที่สดชื่นและมีชีวิตชีวามาก ที่สำคัญคือเปิดให้ใช้งานได้ฟรี ภายใต้ระเบียบของศูนย์กีฬาเบญจกิตติ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากมาลองทำความรู้จักกับกีฬาชนิดนี้ หรือแม้แต่มือโปรที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากคอร์ตในร่มมาสัมผัสลมธรรมชาติและไวบ์ดีๆ ของกรุงเทพฯ ในช่วงเย็น Address: ศูนย์กีฬาเบญจกิตติ Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 05.00-21.00 น. Contact: ติดต่อสอบถาม ณ ศูนย์กีฬา Booking: จองสนามผ่านเว็บไซต์ CSTD Smart Member Budget: ฟรี (สมัครสมาชิกรายปีตามระเบียบของ กทม.) 2. Charcoal Court พิกัดเปิดใหม่ย่านราชพฤกษ์ Charcoal Court – Tennis Club ที่อยู่ด้านหลังเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ สร้างความต่างด้วยการคุมโทนสนามสีชาโคลมอบไวบ์ที่เรียบหรู ดุดันสำหรับแก๊งพิกเคิลบอล ที่นี่มีสนามแบบกลางแจ้งให้บริการทั้งหมด 2 คอร์ตหลัก (สนาม 4 และสนาม 5) ล้อมรอบด้วยธรรมชาติและการถ่ายเทอากาศ ในช่วงกลางคืนจะสว่างไสวด้วยระบบไฟ Premium Floodlights ที่ส่องสว่างทั่วคอร์ตอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้จับจังหวะลูกได้แม่นยำไม่มีพลาด นอกจากนี้หากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย ทางสนามก็มีนโยบายยืดหยุ่นให้สามารถเลื่อนเวลาการจองได้ด้วย ใครที่ไม่มีอุปกรณ์ติดตัวมาก็สามารถเช่าไม้แร็กเกตเพิ่มได้ เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่ต้องการเปลี่ยนบรรยากาศมาเรียกเหงื่อในสเปซที่ดีไซน์เท่ไม่ซ้ำใคร Address: หลัง Central Westville ย่านพระราม 5 – ราชพฤกษ์ Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 06.00-00.00 น. Contact: Charcoal Court – Tennis Club Budget: ราคาตามช่วงเวลา ช่วงเวลา Off-Peak (06.00-18.00 น.) ราคา 250 บาท / ชั่วโมง ช่วงเวลา Peak Hours (18.00-00.00 น.) ราคา 350 บาท / ชั่วโมง (ค่าเช่าไม้พิกเคิลบอล 100 บาท / อัน ได้รับลูกพิกเคิลบอลฟรี 2 ลูก) 3.... กด 1 = น่าสนใจ กด 2 = ไม่แปลกใจ 📖 อ่านเพิ่มเติม: https://newton-wawachi444.incomeinclick.in.th/blog
ประเด็นที่ควรรู้
- ถ้าลองสังเกตดูช่วงนี้ นอกจากเราจะเห็นพี่ๆ นักวิ่งตามรันคลับและตามสวนสาธารณะแล้ว อีกหนึ่งกิจกรรมที่เราเห็นคนเริ่มให้ความสนใจและมีคอมมูนิตี้ที่หนาแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก็คือพวกกีฬาประเภทแร็กเกต โดยเฉพาะ Pickleball ที่กลายเป็นขวัญใจคนเมืองอย่างรวดเร็ว ด้วยกติกาที่ไม่ซับซ้อนเกินไปและได้เหงื่อแบบสะใจแต่ไม่หนักจนเข่าพัง ทำให้ไม่ว่าใครก็ลุกขึ้นมาจอยได้ง่ายๆ ตีพิกเคิลบอลที่ไหนดี?
- คำถามของใครหลายคนที่กำลังมองหาสนาม นี่คือลิสต์ที่ทาง LIFE คัดสรรมาให้แบบครบถ้วน ทั้งในแง่ของสถานที่และงบประมาณไว้ 1.
- Pickleball Court สวนเบญจกิตติ ถ้าพูดถึงพิกัดยอดฮิตและเข้าหวดลูกได้ฟรี ก็คงหนีไม่พ้นสนามที่ สวนเบญจกิตติ เพราะที่นี่คือจุดนัดพบของคอมมูนิตี้สายแอ็กทีฟใจกลางเมือง ด้วยบรรยากาศสนามเอาต์ดอร์ที่ล้อมรอบด้วยพื้นที่สีเขียวและทางวิ่งลอยฟ้า ทำให้การหวดลูกที่นี่ได้ฟีลลิ่งที่สดชื่นและมีชีวิตชีวามาก ที่สำคัญคือเปิดให้ใช้งานได้ฟรี ภายใต้ระเบียบของศูนย์กีฬาเบญจกิตติ เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อยากมาลองทำความรู้จักกับกีฬาชนิดนี้ หรือแม้แต่มือโปรที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากคอร์ตในร่มมาสัมผัสลมธรรมชาติและไวบ์ดีๆ ของกรุงเทพฯ
- ในช่วงเย็น Address: ศูนย์กีฬาเบญจกิตติ Open: เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 05.00-21.00 น.
- Contact: ติดต่อสอบถาม ณ ศูนย์กีฬา Booking: จองสนามผ่านเว็บไซต์ CSTD Smart Member Budget: ฟรี (สมัครสมาชิกรายปีตามระเบียบของ กทม.) 2.
ทำไมเรื่องนี้ถึงน่าสนใจ
การเข้าใจเรื่อง "Pickleball Courts คัดมาให้แล้ว 17 สนามทั่วกรุงฯ สำหรับพี่นักหวดทั้งหลาย" ช่วยให้คุณมีมุมมองที่กว้างขึ้น สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน หรือแบ่งปันให้คนรอบข้างได้เรียนรู้ไปด้วยกัน