ประกันสังคมเป็นหลักประกันสำคัญของคนทำงานไทย แต่หลายคนยังสับสนว่าตัวเองอยู่มาตราไหน และแต่ละมาตราให้สิทธิอะไรบ้าง การเข้าใจให้ชัดช่วยให้เราใช้สิทธิได้เต็มที่ ไม่พลาดเงินหรือความคุ้มครองที่ควรได้ วันนี้เรามาทำความเข้าใจความต่างของ 3 มาตราหลักกัน
มาตรา 33 — สำหรับลูกจ้างในระบบ
มาตรา 33 คือผู้ที่เป็นลูกจ้างในสถานประกอบการ มีนายจ้าง เงินสมทบจะถูกหักจากเงินเดือนโดยอัตโนมัติ โดยลูกจ้างและนายจ้างจ่ายฝ่ายละเท่ากัน และรัฐร่วมสมทบด้วย ผู้ประกันตน ม.33 ได้รับความคุ้มครองครบถ้วนที่สุด ทั้งกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร ว่างงาน และชราภาพ
มาตรา 39 — สำหรับคนที่เคยเป็นลูกจ้างแล้วลาออก
เมื่อลาออกจากงานประจำ หากเคยเป็นผู้ประกันตน ม.33 มาแล้วและต้องการรักษาสิทธิต่อ สามารถสมัคร ม.39 ได้ภายในเวลาที่กำหนดหลังออกจากงาน โดยจ่ายเงินสมทบเองรายเดือน ผู้ประกันตน ม.39 ยังได้รับความคุ้มครองหลายกรณี เช่น เจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ เสียชีวิต สงเคราะห์บุตร และชราภาพ แต่จะไม่มีสิทธิกรณีว่างงาน
มาตรา 40 — สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ
มาตรา 40 เหมาะกับผู้ที่ทำงานอิสระ ไม่มีนายจ้าง เช่น พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร ฟรีแลนซ์ รับจ้างทั่วไป สมัครได้เองและเลือกทางเลือกจ่ายเงินสมทบได้ตามความเหมาะสม ความคุ้มครองจะแตกต่างกันไปตามทางเลือกที่จ่าย เช่น เงินทดแทนเมื่อขาดรายได้จากการเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต และบางทางเลือกมีเงินบำเหน็จชราภาพด้วย
เลือกและใช้สิทธิอย่างไรให้คุ้ม
หัวใจคือรู้ว่าตัวเองอยู่มาตราไหนและได้สิทธิอะไร ถ้าเพิ่งออกจากงานประจำ อย่าปล่อยให้สิทธิขาด ควรพิจารณาสมัคร ม.39 ต่อภายในกำหนด ส่วนคนทำอาชีพอิสระที่ยังไม่มีหลักประกันใดเลย การสมัคร ม.40 ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีด้วยเงินสมทบไม่มาก ควรตรวจสอบสิทธิและเงินสมทบของตัวเองอย่างสม่ำเสมอผ่านช่องทางของสำนักงานประกันสังคม
สรุป
ประกันสังคมทั้ง 3 มาตราออกแบบมาให้ครอบคลุมคนทำงานทุกแบบ ม.33 สำหรับลูกจ้างในระบบ ม.39 สำหรับคนที่เคยเป็นลูกจ้างแล้วอยากรักษาสิทธิต่อ และ ม.40 สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ การเข้าใจความต่างและใช้สิทธิให้ถูกต้อง คือการดูแลหลักประกันของตัวเองและครอบครัวในระยะยาว อย่ามองข้ามสิทธิที่เรามีอยู่นะครับ
ยังไม่มีความคิดเห็น มาเป็นคนแรกกันเลย