━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
10 สมาคมยานยนต์และชิ้นส่วนสัญชาติไทยผนึกกำลังยื่นหนังสือถึงรัฐบาล ปลุกมาตรการ ‘ลงทุนจริงแลกโควตานำเข้า’ และคุมเข้ม Local Content หวั่นไทยสูญเสียอธิปไตยทางเศรษฐกิจ กลายเป็นเพียง ‘ตลาดบริโภค EV ราคาถูก’ แต่ไร้ฐานการผลิต
ประเด็นสำคัญ
เจาะ 8 มาตรการฉุกเฉิน
วันนี้ (14 พฤษภาคม) สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ร่วมกับอีก 9 สมาคมสัญชาติไทย ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งมีสมาชิกรวมกันมากกว่า 1,500 ราย ร่วมลงนามแถลงการณ์ร่วมครั้งประวัติศาสตร์ เพื่อยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายเร่งด่วนต่อรัฐบาล มุ่งรักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมที่เป็นเสาหลักเศรษฐกิจของชาติ
สุโรจน์ เเสงสนิท นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวถึงภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยว่า ปัจจุบันค่ายรถยนต์เริ่มปรับกลยุทธ์จาก ‘การผลิต’ เป็น ‘การนำเข้า’ รถ EV สำเร็จรูป (CBU) จากจีนโดยใช้สิทธิภาษี 0% ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยสูญเสียคำสั่งซื้ออย่างรุนแรง
ทั้งนี้ สมาคมฯ ประเมินว่า หากไร้การควบคุม เมื่อมาตรการ EV 3.5 สิ้นสุดลงในปี 2570 ไทยจะเผชิญกับ ‘หน้าผาอุตสาหกรรม’ ที่ค่ายรถไม่มีภาระผูกพันในการผลิตชดเชย และจะเปลี่ยนไปนำเข้า 100% ทันที
เจาะ 8 มาตรการฉุกเฉิน
ในการนี้ ทางกลุ่มสมาพันธ์ฯ จึงได้เสนอมาตรการฉุกเฉินครอบคลุม 8 ด้าน ดังนี้
1. ปฏิรูปภาษีสรรพสามิต (ลงทุนแลกโควตา)
เสนอให้ขยายส่วนต่างภาษีสรรพสามิต ระหว่างรถนำเข้า (CBU) และรถผลิตในไทยให้มากกว่า 8% เพื่อจูงใจให้เกิดการผลิต โดยใช้ระบบโควตานำเข้าอัตราภาษีต่ำแลกกับการลงทุนจริง เช่น สถานีชาร์จสาธารณะ หรือศูนย์รีไซเคิลแบตเตอรี่
2. ยกระดับเกณฑ์ Local Content
บังคับสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในประเทศไทย (Thai Material Content) อย่างน้อย 20% ของสัดส่วนมูลค่าเพิ่ม 40% เพื่อป้องกันการนำเข้าชิ้นส่วนแบบยกชุดมาประกอบเพียงอย่างเดียว
3. การส่งเสริมการใช้ ‘ชิ้นส่วนร่วม’ (Common Parts)
กำหนดให้ค่ายรถต้องจัดซื้อชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูงและผู้ผลิตในไทยมีศักยภาพ เช่น แชสซีส์ หรือตัวถัง จากในประเทศเท่านั้นจึงจะได้สิทธิลดหย่อนภาษี
4. ปรับปรุงนโยบาย BOI คุ้มครองผู้ประกอบการไทย